น้ำ

    ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่สาดส่องหลังของเธอ มาร์ธา ดุ่มเดินอย่างเมื่อยล้าออกมาจากทะเลทรายที่กว้างใหญ่—ศีรษะตกงุ้ม เนื้อตัวเกรียมแดด และเหนื่อยอ่อน กระเพาะอาหารของเธอซูบด้วยความหิว ด้วยน้ำหนักเจ็ดสิบสองปอนด์ในทุกย่างก้าวของทุกวันของทุกปีที่เธอแบกรับอยู่ แต่สิ่งพิเศษที่เธออุ้มอยู่ในมดลูกของเธอ เป็นแรงผลักดันอย่างในการตัดสินใจเด็ดขาด และช่วยให้เธอสามารถก้าวต่อไปได้

    เมื่อเธอมาถึงยังชานเมือง    มาร์ธาดื่มน้ำอึกสุดท้ายของเธอก่อนที่จะปิดฝาขวดลง คงต้องใช้เวลาราวๆ สี่ชั่วโมงที่จะผ่านชานเมืองที่แห้งแล้งของออโรร่า และอีกเกือบสามชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ที่จะใช้ข้ามแถบ อีสต์เดนเวอร์ แต่ในที่สุดเธอก็มาถึง ย่านดีปร็อคในไฟฟ์พอยน์ เมืองที่มีคนรอดชีวิตจำนวนหนึ่งตั้งรกรากอยู่

     มาร์ธา ไปเข้าแถวคอยปันส่วนน้ำ เธอพบ เฮเลน จอห์นสัน ที่นั่น แต่เมื่อมาร์ธา กล่าวทัก เฮเลนไม่แม้แต่เงยศีรษะของเธอขึ้นมามอง ไม่มีใครสักคนในแถวที่จะพูดจากัน การอดอาหารตายได้กำจัดพวกเขาจากการสนทนา ความปรารถนา และความหวัง พวกเขาต่างยืนด้วยสายตาที่ส่อแววหดหู่ใจเหมือนนักโทษในยามสงคราม      เมื่อถึงคราวเธออยู่หน้าสุดของแถว มาร์ธา ลงชื่อสำหรับสองควอท

    เธอหาที่กำบังและดื่มน้ำทั้งสองควอท โดยปราศจากซึ่งคำถาม มันเป็นน้ำที่มีรสชาติเยี่ยมยอดที่สุดเท่าที่เธอเคยดื่มมา เธอรู้สึกราวกับได้กลับไปเป็นเด็กน้อยวัยสามขวบอีกครั้ง การได้นอนเล่นบนหญ้าที่นุ่มและชื้น ดื่มน้ำเย็นใสบริสุทธิ์ จากปลายท่อกลางสวนในป่าสนามหลังบ้านสีเขียวชอุ่มของความเป็นเด็กของเธอ

     มาร์ธา เผยอตาของเธอขึ้น และดูรอบๆ ตอนนี้ไม่มีสีเขียวอีกแล้ว มีแต่ ส่วนหน้าสีขาวของอาคารซึ่งสะท้อนคราบขาวจากดวงอาทิตย์ที่สาดแสงใส่อย่างไร้ซึ่งความปรานี มีต้นไม้ตายบ้างเป็นหย่อมๆ กิ่งก้านของมันต่างเกลี้ยงเกลา และหนทางที่ไร้ซึ่งหิมะของภูเขาร็อคกี้

    แต่คงอีกไม่นานนัก….เธอสัมผัสท้องที่นูนและเผยอยิ้ม อีกไม่นานนักหรอก….ทั้งหมดจะต้องคืนกลับเป็นสีเขียวอีกครั้ง

    เพียงแค่น้ำสองควอทที่มาร์ธาได้ดื่ม เพียงพอที่จะทำให้กระเพาะอาหารของเธอบรรเทาความหิวโหยลงได้บ้าง เธอมุ่งหน้าไปยังโบสถ์แห่งการให้เพื่อเข้าสู่กระบวนการกำเนิดใหม่

    สักสองหรือสามร้อยคนได้กระมังที่มารวมกันอยู่ที่นั่น พวกเขาเหล่านั้นต่างซูบผอมเห็นถึงซี่โครงจากภาวะข้าวยากหมากแพง ตาของพวกเขาล้วนว่างเปล่า และเป็นรูปวงแหวนกับไฟ มีเพียงเศษผ้าพันร่างเหมือนๆ กันทุกคน มีนักบวชสามรูปยืนอยู่ที่บนแท่นบูชาแห่งการให้ กล่าวร้องขอบรรดาสาวกให้เสนอตัวเพื่อที่จะเป็นคนที่สี่ และเป็นผู้เสียสละ ชายหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้น นักบวชรูปหนึ่งจึงให้มีดแก่เขาถือไว้เล่มหนึ่ง

    “ช-ช-ชีวิตของผม ผมสละให้…” เขาพูดตะกุกตะกัก พยายามที่จะท่องบทสวดมนต์แห่งการให้อย่างถูกต้อง “พ…พ…เพื่อที่พวกคุณอาจจะยังมีชีวิตอยู่ต่อได้”

    “ขอให้พระเจ้าอำนวยพรแด่ผู้เสียสละของเรา” เสียงนักบวชร้องสวด

    “เสียสละ” ฝูงชนร้องครวญคราง, ” เสียสละ, เสียสละ, เสียสละ ….”

    ชายหนุ่มปักใบมีดเข้าบริเวณใต้ราวนมของตัวเองแล้วคว้านขึ้นไปเจาะหัวใจของเขา แต่เขาพลาดเป้าหมาย เหล่านักบวชจึงจำต้องช่วยเขา บิดใบมีด และจับเขาโค้งอยู่เหนือแท่นบูชาและ หล่นลงไปในถ้วยแห่งการให้

    ฝูงชนต่างรุมเข้ามา ล้อมรอบถ้วย, ต่างคนต่างทั้งผลักและดันราวกับซอมบี้ เชื่องช้าแต่อย่างดื้อดึง พร้อมกับความรู้สึกหิวโหย

    ไอ้พวกสัตว์นรก มาร์ธา คิด

    เธอแทรกตัวเข้าไปตามทางและปีนขึ้นบันไดของแท่นบูชา นักบวชรูปหนึ่งยื่นมีดให้เธอ เธอจ้องเขาและฉวยมันไว้ รู้สึกได้ถึงด้ามจับที่เหนียวเหนอะ และมันเกี่ยวเข้ากับข้อมือของเธอ .

    ฉันถูกเรียกเข้าไปในทะเลทราย เธอหวนคิด ฉันพบเรือใหญ่ของผู้สร้างวงกลม และเขาได้เลือกฉันให้หว่านเมล็ดพันธุ์ของพวกเขา ให้อุ้มชูมันและให้มันเรียนรู้จากร่างกายของฉัน อะไรก็ได้ที่มันต้องการที่จะรู้

    เธอมองลงไปที่ถ้วยแห่งการให้และเห็นสิ่งซึ่งคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่น บรรดาปากที่เปื้อนเลือด

    “ฉันไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อพวกคุณ” เธอสำรอก “แต่ ฉันทำเพื่อดาวเคราะห์ห่าเหวนี่…..”

    เธอปักมีดลงด้วยแรงทั้งหมดเท่าที่เธอมีเหลืออยู่ ใบมีดปักเข้าไปในส่วนที่ยื่นออกมาของเธอ จนกระทั่งถึงจุดที่แข็งของเปลือกเมล็ด

    เมล็ดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ร่างของ มาร์ธา ฉีกขาดออกเป็นส่วนๆ และกระจัดกระจายออกเป็นร้อยล้านสปอร์ในทุกๆ ทิศทาง

    ที่ใดก็ตามที่สปอร์ตกลง เส้นสายสีเขียวก็โผพุ่งขึ้นโดยพลัน เติบโตขึ้นจากพื้นถนน จากก้อนอิฐ จากคอนกรีต จากไม้ และฝุ่นผงของเมืองบาเฮด เติบโตขึ้นอย่างไร้ข้อจำกัดของเวลา โตขึ้นหนึ่งนิ้วทุกหนึ่งวินาที ลำต้นหนาขึ้นและแตกกิ่งก้านออกไป แตกเป็นใบไม้และผล โตขึ้น โตขึ้น และโตขึ้น บรรดามนุษย์กินคนที่ถ้วยแห่งความรัก ต่างสัมผัสถึงความรังเกียจตนเอง และหวาดหวาในความรู้สึกขยะแขยงจากพิธีฉลองของพวกเขา และยืนสั่นเทา เฉกเช่นเดียวกับป่าที่เจริญขึ้นรอบๆ ตัว เจริญเขียวชอุ่มสูงขึ้นและมากยิ่งขึ้น ก่อร่างขึ้นรูปราวกับเป็นหลังคาโปร่งๆ จากใบไม้ครอบคลุมเหนือศีรษะ สาดส่องทุกคนด้วยแสงและเงา และความเขียวชอุ่มของดอกไม้นานาพรรณหลากหลายสีราวแสงอาทิตย์ส่องยามดูร้อนในทุกๆ ที่ และต้นไม้ก็ผลิดอกออกผล และไม้พุ่มก็ออกลูกผลไม้เล็กๆ และเถาองุ่นก็เติบโตลากเลื้อยเต็มพื้น และรากที่โยงใยมากมายใต้ดินทำให้เผือก มัน และพืชใต้ดินเจริญงอกงาม และความชื้นที่ซึมออกมาจากพืชพันธุ์ต่างดาวที่เพิ่งเกิดเหล่านี้ เพื่อที่ว่าหยดน้อยๆของน้ำลงบนใบไม้ในแต่ละต้น และอากาศก็จะเต็มด้วยความชื้นมากขึ้นๆ รู้สึกถึงความสดชื่นและเปียกชื้น แล้วบรรดาเหล่าชายและหญิงที่ยืนอยู่ที่นั่นต่างก็สามารถสูดได้ถึงกลิ่นไอของละอองฝนที่หายไปนานได้อย่างทันใด