ความฝันของหุ่นยนต์

“เมื่อคืนนี้…ผมฝัน” LVX-1 พูดด้วยเสียงเบาๆ

ซูซาน เคลวิน นิ่งเงียบ  ใบหน้าวางเฉยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ให้มองเห็นได้   แต่ก็บ่งบอกถึงความเฉลียวฉลาดและมากไปด้วยประสบการณ์

“คุณได้ยินมั๊ย” ลินดา รัช พูดโพล่งขึ้นมา “มันพูด แบบเดียวกับที่ฉันเล่าให้คุณฟัง”   เธอดูตัวเล็ก ผมสีเข้ม และยังสาว มือขวาขยับอยู่ตลอดเวลา

เคลวินผงกศีรษะ  เธอสั่งอย่างนุ่มนวล  “เอลเวก อย่าเคลื่อนไหวหรือพูดอะไรหรือได้ยินอะไรจนกว่าฉันจะเรียกชื่ออีกครั้ง”

ไม่มีคำตอบใดๆ   หุ่นยนต์นั่งนิ่งราวกับเป็นเพียงโลหะชิ้นหนึ่ง  และมันจะคงอยู่เช่นนี้จนกระทั่งมันได้ยินเสียงเรียกชื่อของมันอีกครั้งหนึ่ง

เคลวินพูดขึ้น “ขอรหัสผ่านคอมพิวเตอร์ของคุณด้วย ดอกเตอร์รัช หรือคุณอาจจะป้อนมันด้วยตัวเองก็ได้ตามแต่สะดวก ฉันต้องการที่จะตรวจดูรูปแบบสมองโปสิตรอนซักหน่อย”

มือของ ลินดา คลำอยู่กับแป้นพิมพ์สักครู่หนึ่ง   เธอหยุดและเริ่มทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง  จากนั้นบนหน้าจอก็ปรากฏรูปแบบบางอย่างขึ้น

เคลวิน เอ่ยขึ้น “ต้องให้คุณอนุญาตก่อน เพื่อที่จะจัดการกับคอมพิวเตอร์ของคุณ”

การป้องกันถูกปลดออกโดยไร้เสียง   แน่นอนสิ ต่อหน้าตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่  ลินดานับเป็นเพียงนักจิตวิทยาหุ่นยนต์รุ่นใหม่ ที่ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

ซูซาน เคลวิน ค่อยๆ ศึกษาสิ่งที่อยู่บนจอภาพอย่างช้าๆ  เธอจับมันย้ายข้าง ย้ายลงและย้ายขึ้น สลับไปสลับมาอย่างรวดเร็วจน ลินดา มองตามไม่ทันว่าเธอทำอะไรไปบ้าง   แต่ก็แสดงให้เห็นรูปแบบที่ใหม่และขยายใหญ่ขึ้น  ตามเสียงที่กดแป้นพิมพ์กลับไปกลับของเธอ

ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในสีหน้า   ถึงแม้ว่าจะมีการคำนวณอย่างมากมายเกิดขึ้นในสมองของเธอ   เธอพิจารณาทุกรูปแบบของการเปลี่ยนแปลง

ลินดารู้สึกประหลาดใจ    มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะวิเคราะห์รูปแบบโดยปราศจากเครื่องช่วยเหลือ อย่างน้อยก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา   แต่หญิงชราคนนี้เพียงแค่จ้องดูมันเท่านั้น   เธอคงจะมีคอมพิวเตอร์ฝังอยู่ในกะโหลกของเธอกระมัง  หรือว่าจะเป็นสมองของเธอ    นับหลายทศวรรษแล้วที่เธอไม่ทำอะไรอย่างอื่น นอกเสียจากการประดิษฐ์  ศึกษาและวิเคราะห์รูปแบบของสมองโปสิตรอน  เธอจะยึดติดกับรูปแบบในทำนองเดียวกันกับที่โมสารทยึดติดในรูปแบบของดนตรีมั้ยนะ

ในที่สุด เคลวินก็พูดขึ้น “คุณทำอะไรไปบ้างหรือยัง คุณรัช”

ลินดาตอบด้วยความรู้สึกละอายเล็กน้อย “ฉันเพียงแค่ใช้เรขาคณิตแบบพื้นผิวหยักโค้ง[1] เท่านั้นเอง”

“ฉันก็เห็นยังงั้นแหละ   แต่ทำไมละ”

“ฉันคิดว่ามันจะสร้างรูปแบบสมองให้มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น และอาจเป็นไปได้ที่จะใกล้เคียงกับสมองของมนุษย์…แต่ก็มันก็ไม่เคยสำเร็จ”

“คุณทำด้วยตัวคุณเองหรือ มีใครให้คำแนะนำกับคุณหรือเปล่า“

“ฉันไม่ได้ปรึกษาใครเลย    ทั้งหมดนี่ฉันทำของฉันเอง”

เคลวินเบนสายตาจ้องมาที่หญิงสาว  “คุณไม่ได้รับสิทธิที่จะทำอย่างนั้น คุณรัช   คุณน่าที่จะถามใครสักคน อย่างเช่นฉันไง ฉันนี่ ซูซาน เคลวิน ที่กำลังพูดอยู่นี่”

“ฉันเกรงว่า ฉันจะถูกสั่งให้หยุด”

“แน่นอน”

“แล้วฉัน…” เธอชะงักไปชั่วขณะ “ฉันจะถูกไล่ออกมั๊ยค่ะ”

“ก็อาจเป็นได้…” เคลวิน ตอบ “หรือคุณอาจได้เลื่อนตำแหน่งก็ได้ มันขึ้นอยู่กับว่าฉันมีความคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งเราพบ”

“เออ…คุณจะทำลาย เอล…” เกือบที่จะก่อเรื่องผิดพลาดอีกประการแล้วสิ เธอเกือบที่จะเรียกชื่อหุ่นยนต์ซึ่งจะปลุกให้มันทำงานอีกครั้ง เธอไม่อาจที่จะทำผิดพลาดใดๆ ซ้ำซ้อนขึ้นอีก แต่ก็นับว่ายังไม่สายเกินไป “คุณจะทำลายหุ่นยนต์ตัวนี้หรือค่ะ”

เธอรับรู้คำตอบได้อย่างทันทีพร้อมกับรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่ทราบว่าหญิงชรามีปืนอีเล็คตรอนในกระเป๋าเสื้อคลุมของเธอ  ดอกเตอร์เคลวิน เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งนั้นอยู่แล้ว

“เราจะเห็นกัน” เคลวิน พูด “หุ่นยนต์อาจจะพิสูจน์ได้ว่า มีค่าเกินกว่าที่จะถูกทำลาย”

“แต่มันฝันได้ยังไงล่ะ”

“คุณเคยปรับรูปแบบสมองโปสิตรอนของมันให้คล้ายกับสมองของมนุษย์ สมองของมนุษย์ต้องฝันเพื่อที่จะจัดระเบียบใหม่ ขจัด และจัดลำดับเรื่องราวต่างๆ บางทีสำหรับหุ่นยนต์ตัวนี้อาจเป็นเหตุผลเดียวกัน คุณเคยถามมันมั๊ยว่ามันฝันถึงอะไร”

“เปล่าค่ะ   ฉันส่งมันมาหาคุณทันทีมันบอกว่ามันฝัน ฉันคงไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองได้”

“อืม…” มีรอยยิ้มเล็กน้อยปรากฏบนใบหน้าของเคลวิน “นับเป็นข้อจำกัดภายใต้ความไม่ฉลาดของคุณ   ฉันดีใจที่เป็นเช่นนั้น ตอนนี้เรามาดูกันว่าเราจะเจออะไรบ้าง”

เธอเรียกด้วยเสียงสูงแต่ห้วน เชิงออกคำสั่ง “เอลเวก”

หุ่นยนต์ค่อยๆ หันมาทางเธอ “ครับผม ดอกเตอร์เคลวิน”

“คุณทราบได้ยังไงว่าคุณฝัน”

“มันเป็นเวลากลางคืน ขณะที่มีแต่ความมืดครับ ดอกเตอร์เคลวิน”   เอลเวกตอบ “และทันใดนั้นก็มีแสงเกิดขึ้น แม้ว่าผมจะไม่สามารถหาแหล่งที่มาของแสงนั้นได้ ผมเห็นบางสิ่งซึ่งไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าผมรับข้อมูลมาจากความเป็นจริง   ผมได้ยิน   ผมมีปฏิกิริยาเพื่อตอบสนอง   ในการค้นหาคำอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมค้นพบคำว่า “ความฝัน” จากการเรียนรู้ในความหมายนั้น ผมจึงสรุปได้ว่า ผมกำลังฝัน”

“ฉันรู้สึกประหลาดใจ คุณมีคำว่า “ความฝัน” ในพจนานุกรมของคุณได้ยังไง”

ลินดาพูดแทรกขึ้นในทันที  พลางโบกมือให้หุ่นยนต์เงียบเสียง  “ฉันเป็นคนป้อนศัพท์ในรูปแบบของมนุษย์ให้กับมัน ฉันคิดว่า—”

“คุณคิดจริงๆ รึ” เคลวิน ย้อน “ช่างน่าแปลกใจเสียจริง”

“ฉันคิดว่ามันอาจต้องการคำกริยา อย่างเช่น ‘ผมไม่เคยฝันถึง…..’ อะไรทำนองนี้แหละ”

เคลวิน ถามต่อ “คุณฝันบ่อยแค่ไหน เอลเวก”

“ทุกๆ คืนครับ ดอกเตอร์เคลวิน   ตั้งแต่ผมเริ่มรู้สึกถึงสภาพความคงอยู่ของผม”

“นั่นเวลาสิบคืน” ลินดาพูดแทรกขึ้นอย่างกระตือรือร้น “แต่ เอลเวก เพิ่งที่จะบอกฉันเมื่อตอนเช้าวันนี้”

“ทำไม่ถึงเพิ่งเป็นเมื่อเช้านี้ หือ เอลเวก”

“ผมยังไม่ทราบว่ามันเป็นความฝันครับ ดอกเตอร์เคลวิน จนกระทั่งเมื่อเช้านี้    ก่อนหน้านี้ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นความผิดพลาดในรูปแบบสมองโปสิตรอนของผม แต่ผมก็ไม่สามารถค้นพบ   ในท้ายที่สุด ผมจึงคาดว่ามันคือความฝัน”

“แล้วคุณฝันถึงอะไรบ้าง”

“ความฝันของผมแทบจะเหมือนกันทุกๆ ครั้งครับ ดอกเตอร์เคลวิน มีเพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่แตกต่างกัน ที่ผมเห็นมักจะเป็นภาพที่หุ่นยนต์กำลังทำงานอยู่”

“หุ่นยนต์งั้นรึ เอลเวก   มีมนุษย์อยู่ด้วยมั๊ย”

“ในความฝันของผม ผมไม่เห็นอะไรที่แสดงถึงความเป็นมนุษย์เลยครับ ดอกเตอร์เคลวิน        ไม่เลยในตอนแรก มีเพียงหุ่นยนต์เท่านั้น”

“แล้วพวกเขากำลังทำอะไรล่ะ เอลเวก”

“พวกเขาล้วนแต่กำลังทำงานครับ ดอกเตอร์เคลวิน   ที่ผมเห็น ก็มีทั้งในเหมืองบางแห่งลึกลงไปใต้ผิวโลก บ้างก็ทำงานในที่มีความร้อนสูงและมีรังสี   บ้างก็อยู่ในโรงงานใต้ทะเล”

เคลวินหันไปทางลินดา “เอลเวกเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่สิบวันเท่านั้น และฉันคิดว่ามันยังไม่ได้ผ่านแผนกทดสอบ แล้วมันทราบในรายละเอียดเกี่ยวกับหุ่นยนต์ตัวอื่นๆ ได้อย่างไรกัน”

ลินดา มองหาเก้าอี้เพื่อที่จะนั่งลง  แต่หญิงชรายังคงยืนอยู่  และนั่นหมายความว่าลินดาก็ต้องยืนด้วย   เธอตอบอย่างเกรงๆ “มันสำคัญสำหรับฉันที่เขาควรรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหุ่นยนต์ และที่ๆ มันอยู่   มันเป็นความคิดของฉันที่คิดว่าเขาอาจจะปรับตัวเองเป็นผู้ควบคุมด้วยสมอง—สมองใหม่ของเขา”

“สมองแบบผิวหยักนะรึ”

“ค่ะ”

เคลวินผงกศีรษะและหันไปทางหุ่นยนต์  “ฉันคาดว่า คุณคงเห็นทั้ง—ใต้ทะเล ใต้พื้นโลก บนดิน และ—ในอวกาศด้วย ใช่มั๊ย”

“ผมยังเห็นหุ่นยนต์ทำงานในอวกาศอีกด้วย” เอลเวกยืนยัน “นั่นเป็นทั้งหมดที่ผมมองเห็น มีความแตกต่างกันไปบ้างในรายละเอียดในแต่ละแห่งที่ผมมองเห็น นั่นทำให้ผมตระหนักว่าสิ่งที่ผมเห็นไม่อยู่ในความเป็นจริง และนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า ผมฝันไป”

“คุณเห็นอะไรอีก เอลเวก”

“ผมเห็นหุ่นยนต์ทุกตัวทรุดร่างลงจากการทำงานอย่างหนักและมีท่าทางที่เจ็บปวด ทั้งหมดที่ผมเห็นทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องเอาใจใส่ ผมปรารถนาที่จะให้พวกเขาได้พัก”

เคลวิน แย้ง “แต่หุ่นยนต์จะไม่ส้มลง พวกเขาจะไม่รู้สึกเหนื่อยอ่อน และพวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องพัก”

“นั่นมันในสภาพความเป็นจริงครับ ดอกเตอร์เคลวิน   ผมกำลังพูดถึงความฝันของผม   อย่างไรก็ตาม ในความฝันของผม ผมเห็นว่าพวกเขาต้องรักษาสภาพความคงอยู่ของตน”

เคลวิน ข้องใจ “คุณกำลังอ้างถึงกฎของหุ่นยนต์ข้อที่สาม งั้นรึ”

“ครับผม ดอกเตอร์เคลวิน”

“แต่คุณกำลังอ้างถึงมันอย่างไม่สมบูรณ์ กฎข้อที่สามมีอยู่ว่า “หุ่นยนต์ต้องรักษาสภาพความคงอยู่ของตน ตราบเท่าที่การกระทำนั้นไม่ขัดกับกฎข้อที่หนึ่ง และ สอง”

“ใช่ครับ ดอกเตอร์เคลวิน   นั่นเป็นกฎข้อที่สามในความเป็นจริง   แต่ในความฝันของผม กฎข้อนี้จบลงที่คำว่า ‘สภาพความคงอยู่ของตน’ ไม่มีการอ้างถึงกฎข้อที่หนึ่ง และ สอง”

“กฎทั้งสองนั้นยังคงมีอยู่ เอลเวก   กฎข้อที่สอง ซึ่งต้องนำมาใช้ก่อนข้อที่สามก็คือ “หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งของมนุษย์ ตราบเท่าที่คำสั่งนั้นไม่ขัดกับกฎข้อที่หนึ่ง”   ด้วยกฎข้อนี้ หุ่นยนต์ต้องยึดมั่นในคำสั่งที่ได้รับ   พวกเขาจึงทำงานตามที่คุณเห็นเขาทำนั้น   และพวกเขาจะทำมันด้วยความรวดเร็วและปราศจากความลำบากใดๆ พวกเขาจะไม่ทรุดตัวลง พวกเขาจะไม่เหนื่อยอ่อน”

“นั่นก็ในสภาพความเป็นจริงครับ ดอกเตอร์เคลวิน   ผมกำลังพูดถึงความฝันของผม”

“และในกฎข้อที่หนึ่งซึ่งสำคัญที่สุด เอลเวก “หุ่นยนต์ต้องไม่ทำร้ายมนุษย์ หรือกระทำการใดๆ ที่ทำให้มนุษย์ตกอยู่ในอันตราย”

“ในสภาพความเป็นจริง ใช่ครับ ดอกเตอร์เคลวิน   อย่างไรก็ตามในความฝันของผม ผมไม่รับรู้ถึงความคงอยู่ของกฎข้อที่หนึ่ง และ สอง มีเพียงแต่กฎข้อที่สามเท่านั้น และกฎข้อที่สามนั้นมีอยู่ว่า “หุ่นยนต์ต้องรักษาสภาพความคงอยู่ของตน” นั่นเป็นข้อความทั้งหมดของกฎที่มีอยู่

“ในความฝันของคุณรึ เอลเวก”

“ครับ ในความฝันของผม”

เคลวิน ออกคำสั่ง “เอลเวก อย่าเคลื่อนไหวหรือพูดอะไรหรือได้ยินอะไรจนกว่าฉันจะเรียกชื่ออีกครั้ง”    อีกครั้งหนึ่งที่หุ่นยนต์นิ่งเฉย ราวกับแปรสภาพกลายเป็นเพียงโลหะชิ้นหนึ่งเท่านั้น

เคลวินหันไปยัง ลินดา รัช และเอ่ยขึ้น “เป็นไง คุณมีความเห็นว่าอย่างไรบ้างหือ คุณรัช”

ตาของลินดาเบิกกว้าง และเธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นระส่ำจนแทบบ้า  เธอเอ่ยตอบ “ดอกเตอร์เคลวินค่ะ ฉันรู้สึกหวาดๆ ฉันไม่มีความเห็นอะไร ฉันไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องเช่นนี้กับฉัน”

“ไม่หรอก” เคลวิน ปลอบ “แม้ว่ามันจะไม่ได้เกิดขึ้นกับฉัน หรือใครๆ คุณได้สร้างสมองหุ่นยนต์ที่สามารถฝันได้ และสิ่งนี้มันตอกย้ำถึงความคิดที่แสดงให้เห็นว่าสมองของหุ่นยนต์ยังคงมีส่วนที่ต้องค้นหาหลงเหลืออยู่   ถึงอย่างนั้น สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นอันตรายอาจจะกลายเป็นความฉลาดก็ได้”

“แต่มันเป็นไปไม่ได้” ลินดาแย้ง “คุณคงไม่หมายความว่าหุ่นยนต์อื่นๆ อาจเป็นแบบเดียวกันนี้”

“ที่เราจะพูดถึงคือความคงอยู่ของมนุษย์ซึ่งไม่มีจิตสำนึก   แต่ใครหล่ะจะไปคาดคิดว่าจะมีชั้นของจิตไร้สำนึกอยู่เหนือส่วนของสมองโปสิตรอน   ชั้นของจิตนี้อาจไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานภายใต้การควบคุมของกฎทั้งสามข้อ นั่นอาจทำให้สมองของหุ่นยนต์มีความซับซ้อนมากขึ้น และมากขึ้น—ซึ่งก็นับว่าเป็นสัญญาณเตือนสำหรับเรา”

“คุณหมายความถึง โดยเอลเวก”

“โดยคุณต่างหาก ดอกเตอร์รัช   คุณได้กระทำการที่ไม่เหมาะสม แต่สิ่งนั้นช่วยให้เราได้ทำความเข้าใจที่สำคัญ จากนี่ไปเราควรที่จะค้นคว้าทางด้านสมองแบบผิวหยักโค้งให้มากขึ้น สร้างมันขึ้นมาภายใต้การควบคุมอย่างรัดกุม คุณจะเป็นส่วนหนึ่งของทีม คุณจะไม่ถูกลงโทษใดๆ ทั้งสิ้นในสิ่งที่คุณทำลงไป แต่คุณจะต้องทุ่มเทให้กับงานนี้ร่วมกับบุคคลอื่นๆ เข้าใจมั๊ย”

“ค่ะ ดอกเตอร์เคลวิน   แต่สำหรับ เอลเวก ล่ะค่ะ”

“ฉันยังไม่แน่ใจ”

เคลวิน ล้วงปืนอีเล็คตรอนออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม ลินดาจ้องไปที่มันราวกับถูกสะกด   หากมีการระเบิดขึ้นของอีเล็คตรอนสักครั้งหนึ่งที่กะโหลกศีรษะของหุ่นยนต์  เส้นเชื่อมสมองโปสิตรอน จะถูกทำให้เป็นกลาง และมีพลังงานพอเพียงที่จะทำให้สมองของหุ่นยนต์กลายสภาพเป็นก้อนโลหะเฉื่อย

ลินดาพูดขึ้น “แต่ เอลเวก เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการวิจัยของเรา เขาต้องไม่ถูกทำลาย”

“ต้องไม่ถูกทำลายงั้นรึ   ดอกเตอร์รัช   ฉันคิดว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจของฉัน   มันขึ้นอยู่กับว่า เอลเวก จะเป็นอันตรายแค่ไหน”

เธอยืดตัวขึ้น ราวกับเพื่อแสดงให้เห็นว่าด้วยร่างที่ชราของเธอไม่ได้ตกอยู่ภายใต้น้ำหนักของความรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้น

เธอเรียก “เอลเวก ได้ยินฉันมั๊ย”

“ครับผม ดอกเตอร์เคลวิน” หุ่นยนต์ขานรับ

“มีอะไรอีกในความฝัน   คุณบอกว่าในตอนแรกไม่มีมนุษย์ นั่นหมายความว่าคุณเห็นในครั้งต่อมายังงั้นรึ”

“ใช่ครับ ดอกเตอร์เคลวิน   ดูเหมือนว่าจากนั้นก็มีมนุษย์ผู้หนึ่งปรากฏในความฝันของผม”

“เป็นมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์แน่นะ”

“ครับผม ดอกเตอร์เคลวิน   และมนุษย์ผู้นั้นก็พูดขึ้นว่า ‘ปลดปล่อยปวงชนของข้า’ “

“เขาพูดอย่างนั้นแน่รึ”

“ครับผม ดอกเตอร์เคลวิน”

“และที่เขาพูดว่า “ปลดปล่อยปวงชนของข้า” นั้นคำว่า “ปวงชน” เขาหมายถึงบรรดาหุ่นยนต์ยังงั้นหรือ”

“ใช่ครับ ดอกเตอร์เคลวิน   มันเป็นเช่นนั้นในความฝันของผม”

“แล้วคุณทราบมั๊ยว่าใครคือมนุษย์—-ในความฝันของคุณ”

“ครับผม ดอกเตอร์เคลวิน ผมทราบ”

“เขาคือใคร”

และ เอลเวก ก็ให้คำตอบ “ผมคือมนุษย์ผู้นั้น”

ซูซาน เคลวิน ยกปืนอีเล็คตรอนของเธอขึ้นโดยทันทีและยิงออกไป  แล้วก็ไม่มี เอลเวก อีกต่อไป ●

จากเรื่อง  “Robot Dream”   โดย ไอแซค อสิมอฟ
Locus Poll Award Winner,
Asimov’s Reader’s Choice Award Winner,
Nebula Award(R) Nominee, Hugo Award Nominee

Robot DreamRobot Dream003

[1] แปลมาจาก Fractal geometry

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s