จักรวรรดิ

-นวนิยายอันทรงพลัง
เรื่องของอุบายและพฤติกรรมที่บังเกิดในอนาคตอันไม่ไกลโพ้น-
— คลิฟฟอร์ด ดี ไซแมค —

บทที่หนึ่ง

สเปนเซอร์ แชมเบอร์ส ขมวดคิ้วจ้องไปยัง สเปซกรัม ที่วางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าของเขา  จอห์น มัวร์ มัลลอรี นั่นคือตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหามากมายในการเลือกตั้งบนโจเวียน   เจ้าตัวแสบนี่เองที่คนร้องแรกแหกกะเฌอให้มีการตรวจสอบอำนาจของบรรษัทพลังงานระหว่างดาว  เป็นคนที่ร้องว่า สเปนเซอร์ แชมเบอร์สและบรรษัทพลังงานระหว่างดาว เป็นผู้ก่อให้เกิดสงครามทางเศรษฐกิจระหว่างผู้คนในระบบระบบสุริยะ

แชมเบอร์ส ยิ้มพลางลูบหนวดสีเทาเหล็กด้วยนิ้วมือเรียวยาวที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

ปัญหาคือที่ จอห์น มัวร์ มัลลอรี ร้องมานั้นถูกต้องซะด้วย   ด้วยเหตุผลนั้น เขาจึงเป็นคนที่อันตรายอย่างมาก  เรือนจำน่าจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเขา หากว่าเป็นคุกนอกโจเวียนก็คงจะดี   บางทีอาจจะใช้หนึ่งในบรรดาคุกยานอวกาศที่กำลังเดินทางไปยังสุดขอบของระบบสุริยะ  จะให้สุดๆ ไปเลยก็ใช้ยานที่ไปยังวงโคจรของดาวพลูโต หรือว่าเป็นคุกบนดาวพุธอาจจะดีกว่ามั๊ย

สเปนเซอร์ แชมเบอร์ส เอนหลังลงไปในเก้าอี้  พลางประสานปลายนิ้วเข้าด้วยกันและจ้องมองที่มัน แล้วก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง

ดาวพุธเป็นสถานที่สุดแสนจะทุรกันดาร ชีวิตมนุษย์ก็ไม่มีคุณค่ามากนักที่นี่  ต้องทำงานในโรงผลิตไฟฟ้า ที่ซึ่งมีดวงอาทิตย์แผดเผา ร้อนระอุ และแผ่รังสีที่ดูดซับเอาพลังงานออกจากร่างกายของคน  เพียงในหกเดือน หนึ่งปี คนส่วนมากต่างก็ล้วนถึงจุดจบ

แชมเบอร์ส ส่ายหัว ไม่เอาดาวพุธดีกว่า   ที่จริงเขาก็ไม่มีอะไรขัดแย้งกับ มัลลอรี เขาไม่เคยพบชายคนนี้ แต่ก็ค่อนข้างชอบเขา    มัลลอรีเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อหลักการเฉกเช่นเดียวกับที่ แชมเบอร์สได้ทำ

เขารู้สึกเสียใจแต่มันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องจับ มัลลอรี ไปไว้ในคุก        หากเพียงแค่ชายคนนี้จะรับฟังเหตุผลและยอมรับในข้อเสนอที่ยื่นให้ไป  หรือเพียงแค่ออกไปให้พ้นจากสายตาจนกว่าการเลือกตั้งของโจเวียนจะเสร็จสิ้น… หรืออย่างน้อยได้มีผู้ดูแลเรื่องของเขา แต่เมื่อเขาได้พยายามที่จะเปิดเผยข้อเสนอที่เขาเรียกว่าสินบน, บางสิ่งบางอย่างก็จำเป็นที่จะต้องทำ

ลุดวิก สตัทส์แมน เข้ามาจัดการในส่วนนี้  สตัทส์แมนผู้นี้นับเป็นผู้ติดตามที่ยอดเยี่ยมที่สุด    แต่ในความหมายของมนุษย์เดินดินสองขา เขาเป็นชายผู้ไร้ซึ่งเมตตา ไร้ซึ่งหลักการโดยสิ้นเชิง คนที่พร้อมจะจมลึก แต่เป็นคนที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นคนที่สามารถจะทำงานสกปรก และงานสกปรกบางครั้งก็มีความจำเป็น

แชมเบอร์ส หยิบ สเปซกรัม ขึ้นมาอีกครั้งและศึกษามัน   ตอนนี้ สตัทส์แมน ถูกส่งไปด้านนอกคาลลิสโต  ที่ๆ เขากำลังทำงานดีๆ บางอย่างอยู่    สภาแห่งโจเวียนซึ่งตกอยู่ภายใต้การปกครองของบรรษัทพลังงานระหว่างดาวมาน้อยกว่าหนึ่งปีโลก ยังคงมีการต่อต้านอยู่นับครึ่ง  และยังคงโกรธที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนผ่านรัฐบาลของตนเองมาเป็นพวกที่ถูกเลือกจากบรรษัทของแชมเบอร์ส   กำปั้นเหล็กจึงเป็นที่ต้องการ  และ สตัทส์แมนก็คือกำปั้นเหล็กนั่น


กระนั้นคนที่อยู่บนดาวเทียมโจเวียนก็ต้องการที่จะให้ปล่อยตัว จอห์น มัวร์ มัลลอรี “พวกเขาช่างทำได้น่าเกลียดเสียจริง” สเปซกรัมกล่าว มันเป็นเรื่องผิดพลาดที่จำกัดเสรีภาพของ มัลลอรี ในคาลลิสโต   สตัทส์แมนควรที่จะคิดให้ดีในเรื่องนี้

แชมเบอร์สกำลังจะสั่งให้ สตัทส์แมน ย้าย มัลลอรี ออกจากคุกคาลลิสโตไปไว้บนหนึ่งในยานอวกาศคุก สั่งให้กัปตันอำนวยความสะดวกสบายสำหรับเขาอย่างดี  เมื่อประเด็นร้อนนี้ได้ถูกปัดเป่าไป หลังจากที่สิ่งต่างๆ ในสภาแห่งโจเวียนได้สงบลง ก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะปล่อย มัลลอรี    หลังจากทุกสิ่ง ชายคนนี้ไม่ได้มีความผิดในอาชญากรรมใด ๆ    มันเป็นความอัปยศที่เขาต้องถูกจำคุกในขณะที่ สคอริโอ เจ้าหนูขี้ฉ้อ ยังคงลอยนวลอยู่ที่นี่ ในนิวยอร์ก

เสียงกริ่งดังขึ้นเบาๆ และ แชมเบอร์ส จึงยื่นมือออกไปกดปุ่ม

“ดร.คราเวน ต้องการพบคุณค่ะ” เลขาฯ ของเขากล่าวว่า “ตามที่คุณขอให้เขามาพบค่ะ คุณแชมเบอร์ส”

“ได้สิ” แชมเบอร์ส กล่าวว่า “ส่งเขาเข้ามาเลย”

เขาได้คลิกปุ่มอีกครั้ง หยิบปากกาขึ้นมาเขียนบน สเปซกรัม ไปหา สตัทส์แมน และลงนามในคำสั่ง

ดร. เฮอร์เบิร์ท คราเวน เพียงยืนอยู่ด้านในประตู, ชุดสูทสีดำของเขายับย่น

และไม่เรียบร้อย, ผมของเขาทรายเบาบางยืนอยู่บนปลาย

“คุณส่งนี่มาให้ฉัน” เขากล่าวอย่างไม่พอใจ

“นั่งลงก่อนสิ, ดอกเตอร์” แชมเบอร์ส เชิญ


คราเวน นั่งลง เขาจ้องไปยัง แชมเบอร์ส ผ่านแว่นตาที่มีเลนส์หนาเตอะ

“ผมไม่ได้มีเวลามากนัก” เขาแจ้งอย่างฉุนเฉียว

“ซิการ์สักหน่อยมั๊ย” แชมเบอร์ส เสนอ

“ผมไม่สูบบุหรี่”

“งั้นดื่มอะไรดีล่ะ”

“คุณก็รู้ว่าผมไม่ดื่ม” คราเวนตระคอก

“ดอกเตอร์” แชมเบอร์ส เอ่ย, “คุณนี่เป็นคนที่เข้าสังคมได้แย่ที่สุด ที่ผมเคยรู้จักมาเลยเชียว   อะไรบ้างนะที่คุณทำแล้วทำให้คุณรู้สึกสนุก”

“ผมก็ทำงานของผม” คราเวน ตอบ “ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่น่าสนใจ”

“แน่ล่ะ คุณยังบ่นถึงเวลาที่ต้องใช้ในการพูดคุยกับผม”

“ผมคงไม่ปฏิเสธในเรื่องนี้   แล้วตอนนี้คุณต้องการอะไรอีกล่ะ”

แชมเบอร์ส เหวี่ยงตัวขึ้นมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มที่เหนือโต๊ะ ด้วยใบหน้าที่ดูเย็นเยือกเย็น ดวงตาสีเทา และริมฝีปากที่ดูน่ากลัวของนักการเงิน

“คราเวน” เขากล่าวว่า “ผมไม่ไว้ใจคุณ ผมไม่เคยไว้ใจคุณ บางทีนี่อาจจะไม่ใช่ข่าวใหม่สำหรับคุณ”

“คุณไม่เคยไว้ใจใคร” คราเวน โต้ “คุณคอยจับตามองทุกคนตลอดเวลา”

“คุณขายสิ่งประดิษฐ์ที่ผมไม่ต้องการเมื่อห้าปีที่ก่อน” แชมเบอร์ส เกริ่น “คุณ

หลอกผม และผมก็ไม่ถือสาอะไรกับคุณ   ในความเป็นจริงมันเกือบจะทำให้ผมชื่นชมคุณซะอีก   เพราะนั่นทำให้ผมจับคุณให้อยู่ภายใต้สัญญาที่คุณและไม่ว่าทนายความหน้าไหนในนรกก็ไม่สามารถทำลายได้   เพราะว่าสักวันคุณจะได้พบบางสิ่งที่มีคุณค่าพอ และเมื่อคุณทำขึ้นมาได้ ผมก็ต้องการมัน  หนึ่งล้านต่อปีนับเป็นราคาที่สูงมากที่ต้องจ่ายเพื่อผูกมัดตัวผมเองกับคุณ   แต่ผมก็คิดว่ามันยังคุ้มค่า  ถ้าผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ผมคงเปลี่ยนวิธีส่งให้คุณไปหา สตัทส์แมน นานแล้วล่ะ   สตัทส์แมน รู้วิธีจัดการกับผู้ชายเช่นคุณดี”

“คุณหมายถึงอะไรกัน…” คราเวน เอ่ย “คุณพบว่าผมกำลังทำงานในสิ่งที่ยังไม่ได้รายงานให้คุณงั้นหรือ”

“หมายความตามนั้น”

“คุณจะได้รับรายงานเมื่อผมมีบางสิ่งบางอย่างเพื่อรายงาน ไม่ใช่ก่อนนั้น”

“แน่นอน” แชมเบอร์ส ย้ำ “ผมแค่อยากให้คุณรู้เอาไว้”

คราเวนขยับเท้าของเขาอย่างช้าๆ “ได้พูดเรื่องเหล่านี้กับคุณทำให้รู้สึกสดชื่นดี”

เขาประชด

“งั้นเราคงจะต้องคุยกันบ่อยขึ้น” แชมเบอร์ส สนอง

คราเวน กระแทกประตูในขณะที่เขาเดินออกไป

แชมเบอร์ส จ้องดูเขาจากไป  ช่างเป็นคนที่แปลกประหลาดเสียจริง, มีจิตวิญญาณทางวิทยาศาสตร์ที่ชาญฉลาดที่สุดในทุกๆ เรื่อง แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะเชื่อใจได้


ประธานของบรรษัทพลังงานระหว่างดาว ลุกขึ้นจากเก้าอี้ของเขาและเดินไปยังหน้าต่าง ที่ด้านล่างนั่น เมืองนิวยอร์ค ที่เต็มด้วยเสียงคำรามกึกก้องราวในนรก เมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ  สถานที่แปลกประหลาดในความงดงาม คลั่งในวัตถุนิยม ราวกับฝันเมื่ออยู่ในตึกระฟ้า แต่ก็มากมายประโยชน์ในวัตถุประสงค์สำหรับมัน   เป็นเมืองท่าของดาวเคราะห์ที่มากมายเหลือคณานับ

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง, กระทบผมสีเทาเหล็กของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ที่นั่น ไหล่ของเขาแทบจะบังหน้าต่างทั้งบานด้วยร่างกายของมนุษย์ที่เหมาะสำหรับการต่อสู้ที่ดีเยี่ยม หนวดที่เล็มสั้นต้นพริ้วเต้นอยู่เหนือริมฝีปากที่บางและห้าวหาญของเขา

สายตาของเขามองออกไปยังนอกเมือง แต่ไม่ได้เห็นมัน ผ่านสมองของเขา

ไปถึงวิสัยทัศน์ของความฝันที่เปลี่ยนผันมาสู่ความเป็นจริง ความฝันของเขาหมุนเครือข่ายที่แตกแยกของบรรดาดาวเคราะห์ ในระบบสุริยะ  เกียวกับดวงจันทร์ของมัน และเกี่ยวกับทุกก้าวย่างของดาวเคราะห์ที่มนุษย์ได้ไปก่อร่างสร้างบ้านเกิดที่สอง – เหมืองบนดาวพุธ และฟาร์มบนดาวศุกร์ ที่ดิน-ความสุขบนดาวอังคาร และเมืองโดมอันยิ่งใหญ่บนดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ และที่ยอดเยี่ยมที่สุด ห้องปฏิบัติการอันหนาวเหน็บบนดาวพลูโต

พลังงานคือกุญแจสำคัญ จะถูกสะสมไว้ใน ก้อนพลัง[1]  ซึ่งเป็นเจ้าของและให้เช่าโดยสหพันธ์ระหว่างดาวซึ่งผูกขาดการจัดสรรพลังงาน พลังงานที่ดาวศุกร์และดาวพุธมีมากเกินไปจำต้องนำออกขายในตลาด ที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และ

ดาวเทียมต้องการ พลังงานที่จะขับยานอวกาศขนาดใหญ่ข้ามอวกาศ  หมุนล้ออุตสาหกรรม ให้ความร้อนแก่โดมบนโลกที่หนาวเย็น พลังงานที่จะทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตและทำงานอยู่บนโลกที่ไม่เป็นมิตรสามารถเป็นไปได้

ในโรงไฟฟ้าขนาดมโหฬารของดาวพุธและดาวศุกร์, ก้อนพลังจะถูกชาร์จแล้วส่งออกไปยังโลกอื่น ๆ ที่พลังงานเป็นที่ต้องการ   ก้อนพลังพวกนี้จะถูกให้เช่า ไม่ได้ขายขาด เพราะพวกมันเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรษัทพลังงานระหว่างดาวเท่านั้น   พวกเขาได้กุมชะตากรรมของดาวเคราะห์ทั้งหลายเหล่านั้นไว้ในก้อนพลังของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

ก้อนพลังบางส่วนถูกสร้างและจำหน่ายโดยบริษัทอื่นๆ ที่มีขนาดเล็กๆ แต่พวกนั้นมีอยู่น้อยมาและมีราคาสูง  บรรษัทฯ ย่อมมองเห็นในจุดนี้ เมื่อเสียงร้องเรียนในประเด็นเรื่องการผูกขาดถูกยกขึ้นมา บรรษัทฯ ก็สามารถชี้ไปยัง

ผู้ผลิตรายอื่นเหล่านี้เป็นหลักฐานว่าไม่มีข้อผูกมัดทางการค้าภายใต้พระราชบัญญัติการผูกขาด   แต่ค่าใช้จ่ายในการผลิตก้อนพลังต่างหากที่เป็นแค่เพียงสิ่งเดียวที่เป็นการป้องกันการแข่งขันจากทุกคน
เมื่อขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ, อุปกรณ์การจัดเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพเป็นผลให้ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวของการเดินทางในอวกาศด้วยตัวมันเอง  ซึ่งอุปกรณ์และพลังงานจะถูกเก็บไว้สำหรับจำหน่ายโดยบรรษัทฯ …และเพื่อประโยชน์ทั้งหมดของบรรษัทฯ เท่านั้น

ดังนั้น ในทุกปี บรรษัทฯ จำต้องรุกเข้าไปในระบบสุริยะ    ในตอนนี้บรรษัทฯ เสมือนเป็นเจ้าของดาวพุธ   ดาวอังคารและดาวศุกร์นั้นก็อาจเรียกได้ว่ามีมากกว่ารัฐบาลหุ่นเชิดสักเล็กน้อย   และในขณะนี้รัฐบาลของสภาแห่งโจเวียนก็อยู่ในกำมือของผู้ชายซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม สเปนเซอร์ แชมเบอร์ส ให้เป็นดั่งเจ้านายของพวกเขา   ส่วนบนโลก มีบรรดาเอเยนต์และนักลอบบี้ยิสต์ของบรรษัทฯ กระจายอยู่ในเมืองหลวงทุกๆ เมือง แม้กระทั่งเมืองหลวงของสภาแห่งยุโรปตอนกลางซึ่งผู้คนล้วนถูกครอบงำโดยการปกครองแบบเผด็จการสมบูรณ์แบบ    แม้แต่ในยุโรปตอนกลางก็จำเป็นที่จะต้องใช้ก้อนพลังงานนี่นา

“การปกครองแบบเผด็จการทางเศรษฐกิจ” สเปนเซอร์ แชมเบอร์ส กล่าวกับตัวเอง “นั่นคือสิ่งที่ จอห์น มัวร์ มัลลอรี เรียกมัน” แน่ล่ะ ทำไมจะไม่เป็นเช่นนั้นเล่า การปกครองแบบเผด็จการจะเป็นประกันที่ดีที่สุดที่จะมีมันสมองทางธุรกิจอันยอดเยี่ยมอยู่ในส่วนหัวของรัฐบาล ซึ่งจะก่อให้การบริหารจัดการที่ดีแก่ระบบสุริยะ และป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดอย่างเช่นที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่ตั้งมาจากความนิยม

ประชาธิปไตย นั้นอยู่บนพื้นฐานของข้อสันนิษฐานที่ผิดพลาด –ทฤษฎีที่ว่า ผู้คนทั้งหมดนั้นล้วนแต่ต้องถูกปกครอง   มันให้ปัญญาในที่ซึ่งไร้ซึ่งปัญญา มันคาดว่าจะมีความสามารถแม้ว่าไม่มีร่องรอยใดๆ ที่จะบอกเช่นนั้น  มันให้คนงี่เง่ามีจุดยืนทางการเมืองเช่นเดียวกับผู้ชาญฉลาด  ให้มนุษย์สติไม่สมประกอบมีโอกาสทางการเมืองเช่นเดียวกับคนคนหนึ่งซึ่งมีเหตุผลและสามัญสำนึกที่ดี   ให้ผู้อ่อนแอมีเสียงเช่นเดียวกับผู้ที่แข็งแกร่ง   มันย่อมเป็นรัฐบาลโดยอารมณ์มากกว่าโดยการตัดสินด้วยเหตุด้วยผล


ท้ายที่สุด ใบหน้าของ สเปนเซอร์ แชมเบอร์ส ในตอนนี้ก็ไม่หลงเหลือความนุ่มนวลอยู่อีก แสงแดดยามปลายบ่ายวาดมุมและโยนเงาสร้างไฮไลท์ที่ทำให้เขาดูเกือบจะเหมือนหน้ากากหินแกรนิตบนร่างกายที่แข็งราวหินแกรนิต

ไม่มีห้องว่างสำหรับเรื่องไร้สาระของมัลลอรี ในอารยธรรมที่กำลังขยายตัวแบบไดนามิก  ไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าเขา—บางทีเขาอาจจะมีคุณค่าภายใต้สถานการณ์บางอย่าง และไม่มีผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงจะทำลายสิ่งที่มีคุณค่า–แต่เขาคงจะต้องออกไปจากที่ทางซึ่งลิ้นปลุกม็อบอันสุดแสนเร้าใจของเขาจะสามารถทำให้เกิดความเสียหายอันใดได้    คนโง่พิลึก!  มันจะมีอะไรดีที่ความงี่เง่าเพ้อฝันของเขาทำให้ตนต้องไปติดคุกในยานอวกาศ?


[รอติดตามบทต่อไป]

[1]  Accumulators

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s