คำถาม

ทางเดินภายใน มัลติแวค นั้นสมบูรณ์พร้อม และมีอากาศถ่ายเทได้ดี มีแม้กระทั่งซอกมุมที่ช่างเทคนิคสามารถหยุดการทำงานชั่วคราวเพื่อทานแซนด์วิช และรินกาแฟแก้วร้อนออกจากกระติกเก็บความร้อนของเขา

แต่ เบน เลอลานเซย์ รู้สึกอึดอัดใจเสมอยามเมื่อเขาหยุดพักในช่วงเวลาระหว่างงานแบบนี้

“มันมีอะไรบางอย่างดูไม่ถูกต้อง” เขาพึมพำ “ข้ารู้สึกว่ามัลติแวคจ้องมองที่ข้า และข้าไม่ชอบเลย”

โจ เซียลลิ ผู้ซึ่งเคยเป็นช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์มือเก่าผู้ที่สามารถจดจำวันเวลาก่อนที่มัลติแวคจะสามารถพูดได้รู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้ช่างไร้สาระ

เขากล่าวว่า “นั่นมันปัญหาของเอ็งนะ เบน คือเอ็งปล่อยให้ขนาดของมันกระทบใจเอ็ง” เขาขยับวาดมือโค้งขึ้นและลง “ไม่เห็นจะมีอะไร แค่ขนาดเท่านั้นเอง เพียงแค่มีหลอดสุญญากาศพันล้านหลอด สองพันล้านรีเลย์ สี่พันล้านวงจรที่ซับซ้อน และไม่มีอะไรอีก— ในนี้ต่างหาก” และเขาเคาะหน้าผากเบาๆ “ทุกๆ อย่าง”

“ข้าก็รู้ว่า…” เบนกล่าว “มันเป็นความกังวล” เขามองดูรอบตัว เขาไม่เห็นจุดสิ้นสุดของมัลติแวค ไม่ว่าในทิศทางใด มันยาวเป็นไมล์ครึ่ง หนาร่วมหนึ่งในสี่ไมล์ และสูงถึงห้าชั้น มันเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลและความรู้ทั้งหมดทั่วโลก หอสมุดรัฐสภาคองเกรสนั่นก็ล้าสมัยไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยที่เล็กที่สุด,หรือโรงงานทำกระดุมเล็กๆ ในหมู่บ้านก็ตามที ต่างก็สามารถเชื่อมต่อ และเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขาสามารถเรียนรู้ได้  ปัญหาเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์และสังคมวิทยาที่มีความซับซ้อนเกินไปสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่เคยใช้เวลาตั้งหลายรุ่นหลายยุคสมัยนั้นถูกแก้ไขโดยมัลติแวคภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

univac5

โจ เฝ้ามองดูตาของ เบน ราวกับว่าจะอ่านใจของเขาออกได้อย่างง่ายดาย “แน่นอน” เขากล่าว “มันแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ก็ต่อเมื่อเราตั้งค่าความสัมพันธ์ที่เหมาะสม แล้วป้อนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ปรับวงจรสำหรับความสัมพันธ์ที่จำเป็น หลังจากนั้นมันก็เป็นเพียงแค่อิเล็กตรอนที่วิ่งไปตามเส้นสายที่มีความต้านทานน้อย”

“แล้วมันต่างอะไรล่ะกับสมองของมนุษย์?” เบนถามอย่างท้าทาย

“อาห์…แต่สมองไม่ได้ยาวถึงครึ่งไมล์นะ มันแค่เหมาะที่จะอยู่ในกะโหลกศีรษะเดี่ยว และสมองของมนุษย์ยังมีความคิดสร้างสรรค์ สมองของมนุษย์สามารถสร้างงานเขียนแบบ “แฮมเล็ท” และสมองมนุษย์นั่นแหละที่สร้าง มัลติแวค ไม่มีทางจะเอามาเปรียบกันได้ เครื่องจักรไม่มีอะไรเกินไปกว่าที่เป็นเครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็นคันโยกหรือว่า มัลติแวค”

พวกเขานั่งลงบนเก้าอี้ขนาดเล็ก หลังของพวกเขาพิงกับผนังอันราบเรียบในบริเวณที่พักผ่อน ทั่วทั้งผืนผนังเต็มไปด้วยตัวอินดิเคเตอร์เรืองแสงซึ่งมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำหน้าที่เป็นจุดนำทางการไหลของอิเล็กตรอนที่ซับซ้อนอย่างมากที่บิดโค้งและลดเลี้ยวไปตามพื้นที่อันกว้างใหญ่ภายในมัลลิเเวค

ในตอนนี้ มัลติแวค เป็น “ตัวของตัวเอง” นั่นหมายความว่าไม่มีคำถามที่กำลังถูกป้อนให้ หรือจะป้อนเพิ่มในสักช่วงเวลาหนึ่ง มันจึงเริ่มสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มีแบบสุ่ม

เบนจ้องมองที่ไอที่ค่อยๆ พวยพุ่งขึ้นจากกาแฟของเขา และคิดคำนึงถึงเรื่องนี้ เขาเอ่ย “วันนี้ช่างดูแย่เอามากๆ เลย”

“ข้าคิดว่า มันไม่มีอะไรสัมพันธ์กันงั้นรึ” โจเสริมเฉยๆ

“ข้าไม่ชอบเลย ตอนที่มันเมื่อมันเป็นของตัวเอง ข้ายังคงสงสัยว่ามันกำลังทำอะไรอยู่? มันกำลังคิดอะไร?”

“นั่นเป็นปัญหาของเอ็ง ไม่ใช่ของมัลติแวค หรือการสร้างความสัมพันธ์ข้อมูลแบบสุ่มของมัน เรื่องนี้มันลึกลับตรงไหนกัน? มันก็เหมือนกับการให้เวลาหลายๆ ชั่วโมงกับคนคนหนึ่งทำงานทุกวันเพื่อที่เขาจะได้ใช้เวลาในการคิดอย่างเงียบๆ”

“งั้นรึ เอ็งยอมรับแล้วสิว่า มัลติแวค สามารถคิดได้”

โจ เซียลลิ ชะงัก “มันแค่อุปมาอุปมัย เบน สิ่งที่มันเกิดขึ้นไม่ใช่การคิดในความรู้สึกที่แท้จริงแบบที่เราทำหรอก เมื่อเอ็งโยนเข้าไปในวงจรสร้างความสัมพันธ์แบบสุ่ม สิ่งที่เอ็งกำลังทำอยู่คือการปล่อยให้การไหลของอิเล็กตรอนถูกกำหนดโดยโอกาสของผลกระทบจากความร้อน โยนลูกเต๋าแล้วดูว่าหน้าไหนที่เปิดขึ้น หากเปิดกล้องคาไลโดสโคปแล้วดูการออกแบบ มันคงเหมือนกับกำหนดให้ลิงนับ 20 ล้านล้านตัวให้ทำงานกับเครื่องพิมพ์ดีดยี่สิบล้านล้าน—”

ฉับพลันนั้น เสียงกระปรี้กระเปร่าของมัลติแวคก็ดังขึ้นทั่วทั้งทางเดิน มันร้องขึ้นว่า “จอร์จ…วอชิงตัน…เป็น…บิดา…ของ…ประเทศของเขา… แต่…เขา…ไม่มี…บุตร”

โจหัวเราะ และเสียงอันร่าเริงดังก้องของเขาช่างฟังดูสยดสยองอย่างร้ายกาจต่อหูของเบน

เบนกล่าวว่า “หยุดซะทีเหอะ, โจ”

โจ ยิ้มลงไปถึงกึ๋น “น่าตลกใช่มั้ยล่ะ ทำไมไม่หัวเราะเล่า? นี่เป็นตัวอย่างของความสัมพันธ์แบบสุ่มสำหรับเอ็ง ~ มัลติแวค มีข้อมูลว่าจอร์จ วอชิงตัน ถูกเรียกว่า ‘บิดาของประเทศของเขา’ มันยังรู้ว่า–“ เขาส่ายตัวอย่างกวนอารมณ์ “–ว่า จอร์จ ไม่มีบุตร แล้วมันก็จับทั้งสองผสมด้วยกัน”

“และฟังดูน่าแปลกใจ” เบนกล่าว “ดูเหมือนว่ามันคิดว่าไม่เหมาะสม เหมือนมันกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่”

“เอ็งอย่าฝันลมๆ แล้งๆ หน่อยเลยน่า” โจทักท้วง ”มัลติแวค ไม่สามารถรู้สึกแปลกใจหรอกเสียงของมันไม่ได้เหมือนกับการติดเชื้ออะไรหรอก และมันไม่สามารถคิดได้ มันเพียงแค่จัดเรียงส่วนเกี่ยวข้องกับคำพูดสองประโยคที่มีองค์ประกอบของความขัดแย้ง และเชื่อมต่อกันด้วยความสัมพันธ์ ‘แต่’ มันเพียงแต่แสดงการสร้างถ้อยคำพิเศษในสถานการณ์แบบ “เป็นเอ แต่ไม่ใช่ เอ” เขามองไปที่นาฬิกา “เอาล่ะ อีกสิบห้านาทีกว่า แล้วมันก็จะออกจากภาวะตัวตนนี้แล้วย้อนกลับไปยังโหมดป้อนข้อมูลอรรถประโยชน์ เอ็งก็สามารถหยุดความกังวลได้ซะที “เขาตะคอก

แต่เบนยังคงวางข้อศอกลงบนหัวเข่าแล้วท้าวคางลงบนฝ่ามือข้างเดียว “มันดูเงียบเกินไป นั่นเป็นสิ่งเดียวที่มันพูด หลังจากที่มันเติบโตขึ้นตลอดเวลา มีวงจรเพิ่มมากขึ้น ได้รับข้อมูลเพิ่มมากยิ่งขึ้น และการปรับแต่งเพิ่มเติมเยอะขึ้น เมื่อแรกเริ่มมันสามารถรับข้อมูลได้เฉพาะเมื่อเราลดรูปแบบไปเป็นการเจาะรูไบนารีเท่านั้น และก็ให้คำตอบได้ในรูปแบบเช่นเดียวกัน จากนั้นล่ะ มันก็สามารถพิมพ์ออกมาเป็นตัวอักษรได้ แล้วจากนั้นก็สามารถโยนคำพูดขึ้นบนหน้าจอได้ และตอนนี้มันก็สามารถพูดคำในภาษาต่างๆ ได้ถึงสิบภาษา และสามารถรับข้อมูลจากคำพูดได้”

“แล้วไงล่ะ?…

“ต้องใหญ่สักเท่าไหร่ ต้องซับซ้อนมากแค่ไหน ก่อนที่มันจะกลายเป็นมีชีวิต มันถึงจะหยุดสภาวะความเป็นเครื่องจักร และกลายมาเป็นบุคคล มันคงต้องมีเส้นแบ่ง”

“เอ็งกำลังฝันเฟื่อง เอ็งคงจะถามอีกว่าเมื่อไหร่เปียโนจะสามารถแต่งซิมโฟนีของตัวเองได้เพียงเพราะว่ามีการปรับแต่งให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น”

เบนจ้องเขม็งอีกครั้งกับภาพที่ซับซ้อนทั้งหมดเกี่ยวกับมัลติแวค เขามองเห็นเพียงเฉพาะพื้นผิวภายในเท่านั้น ทั้งหมดทั้งมวลนับล้านตันของสรรพสิ่ง ด้วยการออกแบบอย่างระมัดระวัง—แน่นอนอาจจะมาถึงจุดเมื่อคำว่าเครื่องจักรนั้นอาจดูด้อยเกินกว่าจะใช้เรียก

มัลติแวค ยังคงเงียบ โดยปกติแล้ว ในช่วงเวลาแห่ง “ตัวตน” คือการผสมผสานข้อมูลแปลกๆ ตัดข้อมูลที่ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องออกไปเป็นครั้งคราวบางครั้ง การแยกแยะข้อเท็จจริงแยกต่างหากที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ยุ่งเหยิง และตื่นเต้นในการทำงาน

แต่ตอนนี้มีเพียงคำพูดที่ไม่เป็นทางการเกี่ยวกับ จอร์จ วอชิงตัน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

เบนคิดอย่างไม่สบายใจ นี่คือการนั่งสมาธิ มันกำลังตกอยู่ในภวังค์ลึกซึ้ง อยู่ในห้วงความคิดเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง

เขาเขย่าตัวเองเพื่อหลุดจากภาวะฟุ้งซ่าน

โจ เซียลลิ ลุกขึ้นยืนอย่างหนักแน่น เขาท้วง “ถ้าอย่างนั้น เอ็งจะบอกได้อย่างไรว่ามันมีชีวิต? อะไรสักอย่างที่เป็นเวทมนตร์งั้นรึ?…

เบนกล่าวว่า “งั้น เราโยน มัลติแวค ออกจากโหมดตัวตนกลับมาเป็นโหมดข้อมูลเถอะ” (เขารู้สึกโล่งใจที่จะทำเช่นนี้ และยิ่งรู้สึกโล่งใจมากขึ้นเมื่อหน้าที่ภายในช่วงสัปดาห์นี้ของเขากำลังจะสิ้นสุดลง และเขาจะได้กลับออกไปสถานที่ของเขาข้างนอก—สิ่งนี้—ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม)

พวกเขาเดินไปที่ส่วนคันโยกหลัก และทำให้แน่ใจว่ามันอยู่ในสภาวะล็อคทั้งหมดเพื่อให้การเปลี่ยนจากวงจรหลักไปยังอีกวงจรหนึ่งได้อย่างพร้อมเพียงกัน และกระทำต่อเนื่องทุกๆ หนึ่งร้อยวงจรหลักในส่วนอื่นๆ

เบนผลักมือของเขาขึ้นจนถึงตรงกลาง แล้วก็ต้องชะงัก
มัลติแวค พูดอีกครั้ง!

เสียงพูดดังก้องออกไปทั้งทางเดิน สะท้อนกลับ และดังขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่เบนและโจจับจ้องไปที่ใบหน้าอันซีดเซียวของกันและกัน   และแล้วโจก็เอื้อมมือไปหาคันโยก พยายามควบคุมนิ้วให้รวบจับมันไว้ แล้วดึงลง

เสียงของมัลติแวคก็หายไป

แต่เบนก็ยังคงได้ยินมันอยู่

เขายังคงได้ยินเสียงมัลติแวคพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งถูกปิด:

ผม…คือ…ใคร…………ผม…คือ…ใคร………..
ผม…คือ…ใคร…………ผม…คือ…ใคร………..ผม………………

Ω

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s