ประวัติย่อของการเดินทางข้ามเวลา

วัตถุประสงค์ของนาฬิกาก็คือการใช้บันทึกเวลาอย่างเที่ยงตรงเพื่อบอกเราเกี่ยวกับเวลา   มุมมองของเวลาจึงถูกแบ่งออกเป็น อดีต ปัจจุบัน และอนาคตโดยปริยาย

อดีตนั้นเกิดขึ้นแล้วจึงถูกผลักไปเป็นประวัติศาสตร์  อนาคตยังคงลางเลือนและไร้ระเบียบ และปัจจุบัน –เวลานี้-ช่วงเวลาแห่งความเป็นจริงอันประจักษ์ชัด นั่นทำให้-เวลานี้-จึงเป็นเวลาที่สำคัญซึ่งเข้าใจกันว่าเป็นช่วงเวลาเดียวกันทั่วทั้งจักรวาล

เวลานี้ของคุณ และเวลานี้ของผมล้วนเป็นเช่นเดียวกันไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน และกำลังทำอะไร นี่เป็นภาพที่สอดคล้องกับเวลาที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน  มีบางคนที่คิดเกี่ยวกับเวลาอย่างแตกต่างออกไป แต่นั่นมันผิด—ผิดอย่างร้ายแรงและลึกซึ้ง

พอล เดวิส จาก “ฮาว ทู บิลด์ อะ ไทม์ แมชชีน

122591435

การเดินทางข้ามเวลา [1] (Time Travel) เป็นแนวคิดเรื่องการเคลื่อนที่ (ที่มักจะทำให้เกิดขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์) ระหว่างจุด 2 จุดที่มีความแตกต่างกันในห้วงเวลา หรือ ระหว่างห้วงเวลาหนึ่งไปยังอีกห้วงเวลาหนึ่ง ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการเคลื่อนที่ระหว่างจุด 2 จุดที่มีความแตกต่างกันในพื้นที่ หรือ ปริภูมิ (space) ในลักษณะย้อนสู่อดีตหรือมุ่งสู่อนาคต โดยไม่จำต้องประเชิญห้วงเวลาที่คั่นระหว่างจุดเริ่มต้นกับจุดหมายปลายทาง ซึ่งอาจอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่เรียกกันว่า “จักรกลข้ามเวลา” (time machine) ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดในนิยายหรือสมมุติฐานก็ตาม

แม้การเดินทางข้ามเวลาได้เป็นหัวเรื่องยอดนิยมในบันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ (science fiction) มาแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และมีทฤษฎีมากหลายว่าด้วยวิธีเดินทางข้ามเวลา ทว่า บัดนี้ ตามกฎแห่งฟิสิกส์แล้วยังไม่ปรากฏว่ามีหนทางช่วยย้อนอดีตหรือลัดสู่อนาคตแต่ประการใด การเดินทางข้ามเวลาเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับในทางปรัชญาและในนิยายแต่ก็มีการยอมรับสนับสนุนที่จำกัดมากในทางฟิสิกส์ทฤษฎีที่มักจะใช้ร่วมกับกลศาสตร์ควอนตัมหรือทฤษฎีสะพานไอน์สไตน์–โรเซน (Einstein–Rosen bridge)

ในส่วนของภาคนิยาย นับกันว่านิยายวิทยาศาสตร์ที่เขียนขึ้นในปี 1895 มีชื่อเรื่องว่า เดอะ ไทม์แมชชีน โดย เอช. จี. เวลส์ เป็นหลักไมล์สำคัญ ในเรื่องมีการเครื่องจักรในการเคลื่อนย้ายตัวละครเอกในเรื่องให้สามารถเดินทางผ่านข้ามกาลเวลาย้อนกลับไปในห้วงเวลาในอดีตหรือก้าวล่วงไปสู่อนาคตได้ตามแนวความคิดของการเดินทางข้ามเวลาตามจินตนาการที่เป็นที่นิยมอย่างมากของสาธารณชนทั่วไปในยุคสมัยนั้น   แต่กระนั้นก็มีเรื่องสั้นที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้คือ เรื่อง “นาฬิกาที่เดินถอยหลัง” (The Clock That Went Backward) โดย เอ็ดเวิร์ด เพจ มิทเชลล์ (Edward Page Mitchell) เป็นเรื่องซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้นาฬิกาโดยวิธีการใช้ไม่ได้ระบุเอาไว้อย่างแน่ชัดส่งผลให้ชายสามคนสามารถเดินทางข้ามเวลาย้อนกลับไปสู่อดีตได้  รูปแบบของการเดินทางข้ามเวลาที่ไม่ใช่เทคโนโลยีก็มีปรากฏตัวอยู่ในหลายเรื่องก่อนหน้านี้ เช่น นวนิยายของ ชาร์ลส์ ดิกคินส์ เรื่อง อะคริสต์มาสแครอล (A Christmas Carol)

ประวัติย่อของการเดินทางข้ามเวลา[2]

ค.ศ. เหตุการณ์สำคัญ
1895 เอช จี เวลส์ ตีพิมพ์นิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง เดอะ ไทม์ แมชชีน
1905 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ประกาศ ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ  มีการพยากรณ์ถึง การยืดออกของเวลา  แสดงให้เห็นว่าการเดินทางข้ามเวลาไปสู่อนาคตได้โดยการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง
1908 ไอน์สไตน์ คาดคะเนว่า แรงโน้มถ่วงทำให้เวลาช้าลง
1915 ไอน์สไตน์ ประกาศ ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป
1916 คาร์ล ชวาร์สชิลด์ แสดงถึงแนวคิดนำ หลุมดำ และรูหนอน (Blackhole/Wormhole) มาใช้ในทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไป เป็นครั้งแรก
1916 ลุดวิก แฟลมม์ ค้นพบคุณสมบัติของรูหนอนที่ตรงกับแนวความคิดของ ชวาร์สชิลด์
1917 ไอน์สไตน์ นำเสนอ แรงผลักของจักรวาล—เริ่มที่จะมีคาดหมายถึงเรื่องการ ‘ต้านแรงดึงดูด’
1934 มีการพยากรณ์ถึงหลุมดำที่เกิดจากการหดตัวของดวงดาว
1935 เริ่มถกกันถึงทฤษฎี สะพานไอน์สไตน์–โรเซน (Einstein–Rosen bridge) หรือ รูหนอน
1937 ดับบลิว เจ ฟาน สต็อกกัม ค้นพบวิธีแก้สมการแรกของไอน์สไตน์ด้วย ลูปเวลา (Time loops)
1948 จากการค้นพบว่าจักรวาลมีการหมุนของ คูร์ท เกอเดิล นั้นส่งผลให้การท่องเวลาเป็นไปได้  อนึ่งรูปแบบของกาล-อวกาศในกรอบทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วไป ยังมีผลทำให้สามารถเดินทางกลับไปสู่อดีตได้
1948 ค้นพบ ปรากฏการณ์คาซิเมียร์ (The Casimir effect) เริ่มมีการถกกันถึงเรื่องพลังงานลบในสภาวะควอนตัม
1957 จอห์น วีลเลอร์ คาดคะเนถึงการคงอยู่ของ รูหนอน
1957 ฮิวห์ เอเวอเร็ทท์ ที่ 3 นำเสนอความคิดเกี่ยวกับ พหุจักรวาล และ ความเป็นจริงคู่ขนาน จากการ ตีความด้วยกลศาสตร์ควอนตัม
1963 ซีรีย์ชุด ด็อกเตอร์ ฮู เริ่มฉายทางโทรทัศน์ BBC
1963 รอย เคอร์ ค้นพบว่าหลุมดำที่หมุนคว้าง (spinning blackhole) จะทำให้เกิด ลูปเวลา
1974 ซิกนัส X-1 วัตถุที่ปลดปล่อยรังสีเอกซ์ออกมาจากกลุ่มดาวหงส์ ได้ถูกค้นพบโดยดาวเทียมตรวจจับเอ็กซ์เรย์  เป็นวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นหลุมดำหลุมแรกที่ถูกค้นพบ
1976 แฟรงค์ ไทเพลอร์ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการเดินทางข้ามเวลาเมื่ออยู่ใกล้วัถถุจานหมุนอนันต์
1977 เริ่มมีการถกว่า หลุมดำแบบหมุนวน เป็นประตูสู่จักรวาลอื่น
1985 ภาพยนตร์เรื่อง แบค ทู เดอะ ฟิวเจอร์ ออกฉาย
1985 คาร์ล ซาแกน เขียนนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง คอนแทค
1989 คิป ธอร์น เริ่มศึกษาเรื่อง การเดินทางข้ามเวลาผ่านรูหนอน
1990 สตีเฟน ฮอว์กิ้ง นำเสนอแนวคิดเรื่อง การคาดคะเนการป้องกันของลำดับเหตุการณ์
(chronology protection conjecture)
1991 เจ. ริชาร์ด ก็อตต์ ที่ 3 นำเสนอแนวคิด การเดินทางข้ามเวลาด้วยสายใยจักรวาล (Cosmic-String)
1999 ไมเคิล คริชตัน ตีพิมพ์หนังสือนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง “ไทม์ไลน์”
2014 คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้สร้าง ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ อินเตอร์สเตลลาร์ ทะยานดาวกู้โลก  อันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศโดยผ่านทางรูหนอน ถูกสร้างอ้างอิงตามหลักการจักรวาลวิทยาโดย คิป ธอร์น

[1]   https://th.wikipedia.org/wiki/การเดินทางข้ามเวลา 
[2] Davies, Paul (2002). How to Build a Time Machine. Penguin Books Ltd. ISBN 0-14-100534-3.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s