อวัยวะเทียม – Segregationist

โลกมนุษย์เราในขณะนี้มีมนุษย์อยู่สองจําพวกพวกหนึ่งคือ มนุษย์ที่มีเลือดมีเนื้อ อีกพวกคือพวกที่แทบจะมีอวัยวะเทียมทั้งร่าง เกือบจะเป็นหุ่นยนต์ทําไมเราจะต้องทําให้เกิดความรู้สึกแตกต่างระหว่างคนทั้งสองพวกนี้ด้วยล่ะ?

หัวใจเทียม

ศัลยแพทย์มองด้วยสีหน้าที่ปราศจากความรู้สึก

“เขาพร้อมรึยัง”

“พร้อม…ที่จริงแล้วน่าจะมีความหมายที่เป็นสัมพันธภาพมากกว่า” ศัลยแพทย์กล่าว

“พวกเราพร้อมเขาล่ะ…”

“ก็มักจะเป็นอย่างนี้ก็อย่างที่รู้ๆ กัน   อืมม์ มันเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างจริงจังมาก”

“อย่าพูดเลยดีกว่าเราไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจ” ศัลยแพทย์กล่าวเป็นนัยๆ

“เรารับงานนี้ก็จริง แต่ไม่จําเป็นว่าเราต้องเห็นด้วยกับมัน”

“ถูก…” ศัลยแพทย์กล่าวตอบห้วนๆ

“พวกเราเห็นด้วยอย่างหมดหัวใจ และชายผู้นี้ก็ได้พิจารณาแล้วในหลายๆ ด้านที่เห็นสมควรว่าควรได้รับการรักษา”

“ผมเห็นคนไข้นอนอยู่ในห้องนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถูกใจแค่ไหน…ห้องใหญ่พอ และรโหฐานพอหรือเปล่า”

“ช่วยไม่ได้เพราะว่าเขาเป็นคนเลือกห้องนี้เอง”

“อย่างนั้นหรือ”

“ว่าแต่ว่าคนไข้ต้องการชนิดโลหะ” ศัลยแพทย์แสดงสีหน้าไม่ค่อยสบายใจเมื่อทราบเรื่องจากวิศวอายุรศาสตร์

“จะเป็นอะไรไปล่ะ ถ้าเขาต้องการชนิดโลหะก็ให้ไปตามความต้องการของเขาไม่เห็นจะต้องวิตกกังวล”

“คุณไม่แคร์เลยหรือว่าเขาจะเลือกชนิดไหน”

“ทําไมผมต้องไปแคร์ด้วยล่ะ” เม็ด-เอนจิเนียร์กล่าวด้วยเสียงมะนาวไม่มีนํ้า “มันไม่ใช่หน้าที่ที่ผมต้องรับผิดชอบ หน้าที่ผมคือเม็ดดิ

คัลเอ็นจิเนียร์ ออกแบบมันออกมา มันก็เพียงแค่นี้ อะไรนอกเหนือจากนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะต้องรับผิดชอบหรือตัดสินใจ”

“สําหรับผมแล้วผมคิดว่ามันเป็นปัญหาของความเหมาะสมมากกว่า” ศัลยแพทย์กล่าวแย้งความคิดของเม็ด-เอ็นจิเนียร์

“โอย…หมอจะเอาสิ่งนี้มาอ้างไม่ได้หรอกครับ ความเหมาะสมที่หมอพูดนั้นมันน่าจะเป็นสิ่งที่คนไข้ต้องการมากกว่า”

ศัลยแพทย์ยกมือขึ้นป้องปากไม่ให้ เม็ด-เอ็นจิเนียร์ กล่าวโต้แย้งอะไรต่อ พร้อมกับสั่งงานไปที่พยาบาล และกดปุ่มเล็กๆ ที่ข้างกําแพง   ในทันใดนั้นเองประตูก็แง้มออกอย่างอัตโนมัติ คนไข้ในรถเข็นผู้ป่วยที่มีเครื่องยนต์ได้เผยตัวออกมาจากประตูโดยมีนางพยาบาลยืนอยู่เคียงข้าง

“คุณพยาบาลคุณออกไปรอข้างนอกห้องผมมีเรื่องจะคุยกับผู้ป่วยหน่อย   เออ…แต่อย่าเพิ่งไปไหนล่ะรอที่หน้าห้องนี้แหละเกิดมีอะไรที่ผมอยากให้ช่วย”

ศัลยแพทย์หันไปพยักหน้ากับเม็ด-เอ็นจิเนียร์เหมือนกับจะเป็นที่เข้าใจกันก่อนที่เขาจะอยู่ตามลําพังกับคนไข้ภายในห้อง สภาพของคนไข้แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีว่าเป็นคนไข้พิเศษชนิดที่ทางโรงพยาบาลต้องเอาใจใส่อย่างเป็นพิเศษกว่าคนไข้ทั่วๆ ไป

“หมอคิดว่าเราจะลงมือกันวันนี้เลยหรือเปล่า?” คนไข้ถามหมอ

“คงบ่ายนี้ครับท่านวุฒิสมาชิก” ศัลยแพทย์กล่าวอย่างนอบน้อม

“ผมคิดว่าคงต้องเสียเวลานอนที่นี่เป็นอาทิตย์สินะ หมอ”

“สําหรับการผ่าตัดคงใช้เวลาไม่นานนัก แต่เราต้องใช้เวลาสักช่วงหนึ่งหลังการผ่าตัดเพื่อติดตามผลหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบการไหลเวียนของโลหิต การปรับระดับฮอร์โมนพวกนี้ต้องใช้เวลาครับท่าน”

“มันจะเป็นอันตรายไหม, หมอ?” คนไข้เริ่มแสดงอาการวิตกกังวลเกี่ยวกับการรักษาของตนเอง

“การผ่าตัดทุกครั้งมันก็เป็นอันตรายด้วยกันทั้งนั้น เราต้องการเวลาเพื่อที่จะทําให้การเสี่ยงลดน้อยลง เวลาคือสิ่งที่เราต้องการ เครื่องไม้เครื่องมืออะไรต่างๆ ที่เราใช้ก็ล้วนแต่เพื่อลดการเสี่ยงต่อความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น” หมอตอบไปตามข้อมูลของความเป็นจริงทุกอย่างโดยไม่สนใจต่อความรู้สึกวิตกกังวลของคนไข้

“ผมรู้เรื่องนั้นดีหมอ ว่าแต่หมอเคยคิดบ้างไหมว่าสิ่งที่หมอพูดออกไปจะไปเพิ่มความกดดันให้กับคนไข้”

“มิได้ครับท่านวุฒิสมาชิกการตัดสินใจของนายแพทย์ที่นี่ล้วนปราศจากข้อกังขาใดๆ ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายถึงขั้นตอนของการผ่าตัดในภาษาง่ายๆ ได้อย่างไร”

“ก็ลองพยายามดูหน่อยซิหมอ เพราะนั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากรู้มาก”

“ถ้าเช่นนั้นผมจะขอเริ่มจากคําถามเกี่ยวกับการตัดสินใจของท่าน คือว่าเรามีหัวใจเทียมสองชนิดชนิดหนึ่งทําด้วยโลหะ ส่วนอีกชนิดทําด้วยพลาสติก…”

“พลาสติก…” คนไข้กล่าวเสียงหลงราวกับไม่เชื่อต่อสิ่งที่หูได้รับฟัง “มีอะไรดีกว่าพลาสติกถูกๆ บ้างไหมที่จะให้ผมเลือก…หมอ ผมไม่ต้องการเจ้าพลาสติกถูกๆ ถ้าจะให้ผมเลือก คิดว่าผมอยากได้ชนิดโลหะมากกว่า”

“แต่ว่า…”

“หมอผมคิดว่าหมอได้ทราบการตัดสินใจของผมแล้ว”

ศัลยแพทย์ได้แต่พยักหน้าก่อนที่จะใช้ความพยายามอธิบายต่อ “ท่านวุฒิสมาชิกผมคิดว่ามีอะไรบางอย่างที่ท่านควรจะได้รับทราบประสิทธิภาพของหัวใจเทียมทั้งสองชนิดไม่ได้ขึ้นกับราคาค่างวดของมัน”

คนไข้หรี่ตาเมื่อหมอพยายามอธิบายถึงข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับหัวใจเทียม

“หมอ…หมอกําลังจะบอกผมว่าหัวใจพลาสติกมันดีกว่าอย่างนั้นหรือ”

“คืออย่างนี้ครับท่าน มันขึ้นกับสภาพร่างกายของคนไข้ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าชนิดไหนเหมาะสมในแต่ละกรณี สําหรับในกรณีของท่านนี้ผมคิดว่าหัวใจชนิดพลาสติกนี้เหมาะสมมากกว่า   อันที่จริงแล้วผมไม่อยากใช้คําว่าพลาสติกเลย ความจริงควรจะใช่คําว่าไฟเบอร์มากกว่า”

“หมอจะเรียกว่าอะไรก็ช่าง แต่สําหรับผมมันคือพลาสติกอยู่ดี”

“ท่านวุฒิสมาชิก…มันไม่ใช่พลาสติกในความหมายของชาวบ้าน จริงๆ แล้วมันเป็นสารที่สังเคราะห์มาจากพวกสารพอลิเมอร์ ซึ่งตัวนี้มีความซับซ้อนทางโครงสร้างมากกว่าพลาสติกธรรมดา ซึ่งโดยลักษณะของมันแล้วมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับหัวใจจริงๆ ของท่านที่อยู่ในทรวงอก”

“อย่างนั้นหรือหมอ…ไม่ใช่หัวใจมนุษย์จริงๆ อย่างที่ผมมีอยู่นี้หรือ ซึ่งมันกําลังหมดอายุลงก่อนที่ผมจะมีอายุหกสิบด้วยซํ้าผมคิดว่าผมต้องการอะไรที่ดีกว่าที่มีอยู่ในตอนนี้”

“ท่านวุฒิสมาชิกท่านต้องเข้าใจนะครับว่าผมกําลังเลือกสิ่งที่ดีกว่าสําหรับท่านอยู่ หัวใจเทียมไฟเบอร์นี้มีอายุการใช้งานนานเป็นศตวรรษ และนอกจากนี้มันยังไม่ทําให้เกิดอาการแพ้ขึ้นในร่างกายอีกด้วย”

“แล้วหัวใจชนิดโลหะล่ะ มันเป็นอย่างไร”

“ครับท่าน สําหรับหัวใจชนิดโลหะนั้นทํามาจากพวกไทเทเนียมอัลลอย…”

ศัลยแพทย์ถูกขัดจังหวะจากคนไข้ก่อนที่จะมีโอกาสได้พูดอะไรต่อ

“และมันก็แข็งแรงกว่าชนิดพลาสติกหรือว่าไฟเบอร์อะไรก็ตามที่คุณเอ่ยถึงด้วยใช่ไหม”

“สําหรับชนิดโลหะมีคุณสมบัติทางกายภาพที่แข็งแกร่งกว่าก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทํางานได้ดีกว่า”

คนไข้มองหน้าหมอแล้วยักไหล่ “หมอ ถ้าเกิดผมซี่โครงหัก ผมคงต้องเลือกเปลี่ยนด้วยโลหะไทเทเนียมเช่นเดียวกับหัวใจเทียม ผมคิดว่าผมต้องการ

ชนิดโลหะมากกว่า”

“นั่นก็เป็นสิทธิของท่าน แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านก็คือว่า ถึงแม้ว่าหัวใจเทียมชนิดโลหะจะมีความคงทน มันก็เป็นความคงทนทางกลศาสตร์ แต่มันก็สามารถที่จะชํารุดได้อันเนื่องมาจากสาเหตุทางไฟฟ้า”

“หมอหมายความว่าอย่างไร”

“หัวใจเทียมแต่ละชนิดมันถูกออกแบบบนพื้นฐานของการทํางานที่ต่างกัน ในกรณีชนิดของโลหะนี้เราใช้ระบบวงจร

อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งจะถูกเลือกตามสุขภาพร่างกายของคนไข้แต่ละคน และถ้าเกิดเราเลือกผิด

คนไข้ก็จะเสียชีวิตก่อนที่เราจะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที”

“ผมไม่ยักเคยได้ยินเรื่องพรรค์นี้มาก่อน”

“ท่านครับเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นมาแล้ว”

“หมอกําลังจะบอกผมว่ากรณีนี้มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างนั้นหรือครับ”

“เปล่าเลยครับ มันมีโอกาสที่จะพลาดได้แต่นานๆครั้ง”

“เอ…ถ้าเช่นนั้นผมอาจจะต้องไตร่ตรองเรื่องนี้อีกที ว่าแต่หัวใจพลาสติกนั่นล่ะมันไม่มีโอกาสเกิดความผิดพลาดเลยหรือ”

“มันก็มีโอกาสพลาดเช่นกันครับ ท่านวุฒิสมาชิก แต่ความที่หัวใจเทียมแบบไฟเบอร์นี้มีโครงสร่างทางเคมีที่ใกล้เคียงกับเนื้อเยื่อของมนุษย์ระบบการทํางานของมันจึงไม่ซับซ้อนการทํางานของมันจึงถูกควบคุมโดยประจุ และฮอร์โมนในร่างกายเรา”

“แล้วเคยมีบ้างไหมที่หัวใจเทียมแบบพลาสติกเกิดล้มเหลวขึ้นมาเนื่องมาจากความผิดพลาดของฮอรโมนที่ควบคุม”

“กรณีนี้ยังไม่เคยเกิด”

“คงเป็นเพราะว่าหมอยังไม่เคยทดลองใช่มันนานพอ”

ศัลยแพทย์รีบตอบกลับทันทีเมื่อได้ยินคําสบประมาท “เป็นความจริงครับที่เราไม่เคยใช่หัวใจเทียมแบบไฟเบอร์นานเท่ากับชนิดโลหะ”

“อันที่จริงผมก็พอจะเข้าใจเจตนารมณ์ของหมอดีหมอคงไม่อยากให้ผมเป็นพวกหุ่นยนต์หรือที่เรียกว่าพวกเมทัลโล อย่างไรก็ตามพวกนี้ก็ถือว่าเป็นพลเมืองเช่นพวกเรา”

“ท่านวุฒิสมาชิกที่เคารพการเป็นพวกเมทัลโลมันไม่เสียหายอะไรหรอกครับ แต่อย่าลืมว่าท่านเป็นมนุษย์เหมือนกับผม หรือมนุษย์อีกหลายๆ คนแล้วทําไมต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอื่นด้วยล่ะครับ”

“…เป็นเพราะว่าผมต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสําหรับผมกระมัง นั่นจึงทําให้ผมเลือกหัวใจชนิดโลหะ”

ศัลยแพทย์ได้แต่พยักหน้า

“เอาล่ะครับเป็นอันว่าท่านได้ตัดสินใจแล้วที่จะเลือกหัวใจชนิดโลหะ และเมื่อท่านได้เซ็นชื่อในใบยินยอมเรียบร้อยท่านก็จะได้เปลี่ยนหัวใจใหม่ เป็นหัวใจเทียมชนิดโลหะ”

“ผมคิดว่าหมอคงจะเป็นผู้ลงมือผ่าตัดเองเห็นพวกนั้นว่าหมอเป็นมือดีที่สุดของที่นี่”

“ผมก็คงทําในสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมจะสามารถทําได้”

 

ประตูห้องเปิดออกรถคนไข้พาร่างของวุฒิสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปยังพยาบาลที่รออยู่หน้าห้อง ทันทีที่ประตูเปดออกเม็ด-เอ็นจิเนียรรีบถลาเข้าไปในห้อง เขาจ้องไปยังศัลยแพทย์ซึ่งกําลังยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่

หมอยังคงไม่ตอบ เดินไปที่โตะทํางานก้มหน้าก้มตาบันทึกการรักษา “ก็อย่างที่คุณทายเอาไว้นั่นแหละ คือเขาเลือกหัวใจเทียมแบบโลหะ”

“ก็ดีนี่มันดีกว่ามิใช่หรือหมอ?”

“มันก็ไม่เชิงเพียงแต่ว่าอายุการใช้งานของมันยืนยาวกว่าเท่านั้น ปัญหามันอยู่ตรงที่มนุษย์ในอนาคตกําลังจะกลายเป็นพวกเมทัลโลกันไปหมดมีเครื่องในเป็นของเทียม”

“หมอรู้อะไรหรือเปล่าคนไข้สองคนล่าสุดได้มาพบผม เพื่อขอเปลี่ยนหัวใจเป็นแบบไฟเบอร์”

“จริงหรือ?”

“ก็คงเป็นเพราะพื้นฐานของเขาที่เป็นมนุษย์ที่มีเลือดมีเนื้อจึงมีความรู้สึกว่าชิ้นส่วนของพวกเมทัลโลมันเข้ากันไม่ได้”

“แล้วคุณไม่ว่าอะไรหรือ”

“จะไปทําอะไรได้ล่ะหมอโลกมนุษย์เราในขณะนี้มีมนุษย์อยู่สองจําพวก พวกหนึ่งคือมนุษย์ที่มีเลือดมีเนื้อเช่นหมอ และผมอีกพวกคือพวกที่แทบจะมีอวัยวะเทียมทั้งร่างเกือบจะเป็นหุ่นยนต์ ทําไมเราจะต้องทําให้เกิดความรู้สึกแตกต่างระหว่างคนทั้งสองพวกนี้ด้วยล่ะ แทนที่จะทําให้โลกของเราเกิด

ความผสมกลมกลืนขึ้นระหว่างคนทั้งสองพวกนี้”

“สําหรับผมไม่เข้าใจเลยว่าทําไมต้องเกิดความแตกต่างระหว่างมนุษย์ด้วยกันผมเองไม่มีวันที่จะเปลี่ยนอวัยวะใดๆ ในร่างกายผมเป็นอวัยวะเทียมอย่างเด็ดขาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง…ไม่มีทาง…แต่ถ้าจําเป็นที่ต้องเปลี่ยนจริงๆ ผมก็จะเลือกอวัยวะที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับอวัยวะเดิมที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยธรรมชาติ   มนุษย์ก็คือมนุษย์ไม่มีวันที่จะเป็นอื่นไปได้”

 

…ศัลยแพทย์เข้าห้องฆ่าเชื้อเพื่อเตรียมตัวทําการผ่าตัดหมอวางมือลงเหนือแสงสีแดงซึ่งเป็นตัวฆ่าเชื้อโรคก่อนที่จะเข้าสู่ห้องผ่าตัด นํ้าเสียง และสีหน้าของหมอไม่ได้แสดงถึงโครงสร่างของใบหน้าที่เป็นโลหะ ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อเยื่อเทียมที่ปกคลุมอยู่ภายนอกให้ใครได้ทราบแม้แต่น้อย



ถอดความจากเรื่อง Segregationist ของ Isaac Asimov โดย วิญญาณอิสระ
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารมิติที่ 4 ฉบับที่ 48 เดือนสิงหาคม 2527

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s