ผู้ชนะ THE AWAKENING   

 ‘The Awakening’ เรื่องสั้นของ อาเธอร์ ซี คล้าก ที่ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกโดยแฟนคลับชาวแมนเชสเตอร์ที่มีชื่อว่า แฮรรี่ เทอร์เนอร์ และ มาเรียน อีดี้ ในแฟนซีนชื่อ นิตยสารเซนิต ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 1942 (พ.ศ.2485 ) และต่อมาได้มีการเขียนปรับปรุงและตีพิมพ์อย่างแพร่หลายในนิตยสารฟิวเจอร์ในฉบับเดือนมกราคม ปีค.ศ.1952 (พ.ศ.2495)    เรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย พิมพ์ดวง ในชื่อเรื่อง “ผู้ชนะ.”  ตีพิมพ์ในนิตยสารโลกวิทยาศาสตร์ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2525

มาร์แลนกำลังเบื่อที่สุด เขายืนอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่จ้องมองหมู่เมฆอันหนาแน่นที่ลอยไปกับแรงลมที่พัดกระโชกผ่านเชิงเขา   บางครั้งเขามองเห็นทะเลสาบ ป่าและแม่น้ำสายคดเคี้ยวที่ไหลผ่านท้องทุ่งโล่งที่เขาไม่ค่อยจะได้ไปเที่ยว   ไกลออกไป 20 ไมล์ทางตะวันตก มีรุ้งกินน้ำสีสวยท่ามกลางแสงอาทิตย์ ส่วนโค้งบนสุดของรุ้งกินน้ำคือ “นครที่ 9” ซึ่งลอยอยู่เหนือก้อนเมฆ มันเป็นดินแดนแห่งความฝันที่ลอยอยู่ในบรรยากาศอันเยือกเย็นเบื้องบ้น  มาร์แลนสงสัยว่าจะมีสักกี่คนที่โน่นที่กำลังกวาดสายตาลงมาทางเขา ด้วยความรู้สึกไม่พอใจในชีวิตเช่นเดียวกับเขา

แน่ละ! มีทางหนีอยู่ทางหนึ่ง และใครๆ ก็มักจะเลือกทางนั้นเสียด้วย แต่มาร์แลนมักจะหลีกเลี่ยงอะไรก็ตามที่แจ่มแจ้งเช่นนั้น และในขณะที่ยังมีโอกาศจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ   เขาจะไม่มีวันก้าวเท้าเข้าไปสู่ประตูของการถูกลืมอย่างแน่นอน

ภายนอกหมอกที่ลอยอยู่เบื้องล่าง เขาเห็นอะไรบางอย่างส่องแสงสว่าง และลุกโพรงอยู่ที่หมู่เมฆ มันลอยขึ้นอย่างรวดเร็วไปสู่ที่สูงสุดของท้องฟ้าสีคราม   มาร์แลนมองดูยานที่แล่นสู่ท้องฟ้าด้วยสายตาที่หมองหม่น นานมาแล้วภาพนี้เคยทำให้หัวใจของเขาพองโตด้วยความสุข ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยเดินทางแบบนี้ไปยังที่ต่างๆ ซึ่งผู้คนได้ทราบถึงการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ของเขา   แต่เดี๋ยวนี้บนดาวเคราะห์ทั้ง 12 ดวง และดวงจันทร์ทั้ง 50 ดวง มันไม่มีอะไรเหลือให้น่าตื่นใจอีกแล้ว   บางทีถ้าเพียงแต่มนุษย์ไปถึงดวงดาวได้ มนุษยชาติทั้งมวลก็คงไม่ต้องจมอยู่กับความจำเจที่เผชิญอยู่ทุกวันนี้   ยังมีที่อีกนับไม่ถ้วน พวกเขาไปถึงดาวเคราะห์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว (ตั้งแต่ยังหนุ่ม) แต่ดาวอื่นๆ (ดาวฤกษ์) ก็ยังคงอยู่ไกลเกินเอื้อม

เมื่อคิดถึงตอนนี้ มาร์แลนรู้สึกเครียดขึ้น เขามองตามทางควันที่ม้วนไปมา อันแสดงถึงเส้นทางของยานที่ออกเดินทางไป ถ้าเขาไม่สามารถเอาชนะมีนได้ เขาก็น่าจะลองสำรวจดินแดนอื่นๆ ดู   เขายืนคิดอยู่เงียบๆ เป็นเวลานาน   ในขณะที่ไกลลงไปเบื้องล่าง หางอันขาดวิ่นของพายุ พัดผ่านกำแพง ทุ่งหญ้าที่ถูกลืม ป่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์

เรื่องที่ต้องขบคิดอยู่นานแว่บผ่านเข้ามา มันทำให้เขาคิดถึงปัญหาทางเทคนิคที่น่าสนใจ นับเป็นการให้เวลาแก่มาร์แลนมากพอที่จะสะสางงานของเขา หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ส้มเลิกความคิดของเขาเสีย มาร์แลนรู้สึกลังเลใจ เขาหยิ่งเกินกว่าที่จะแสดงให้ใครเห็น   ในขณะที่เขากล่าวคำอำลาต่อเพื่อนๆ พวกเขาได้เฝ้าดูแผนการของมาร์แลนด้วยความอยากรู้อย่างเห็นกึ่งประหลาดใจ   เมื่อประตูยานอวกาศปิด พวกเขาก็เดินจากไปอย่างช้าๆ กลับเข้าสู่รูปแบบชีวิตเดิมที่จำเจ โรวีนาร้องไห้ออกมาแต่ก็ไม่นาน

ในขณะที่มาร์แลนกำลังเตรียมตัว ยานก็ออกเดินทางโดยอัตโนมัติ มันแล่นเร็วมากจนในที่สุดโลกก็ดูเหมือนเสี้ยวพระจันทร์เล็กๆ และเป๋นดาวเล็กๆ ที่จางลงเพราะแสงจ้าของดวงอาทิตย์ ยานอวกาศพุ่งตัวขึ้นตรงจากแนวราบของวงโคจรของดาวเคราะห์ แล่นตรงดิ่งไปยังหมู่ดาวอื่น จนกระทั่งดวงอาทิตย์เองก็มองเห็นเป็นแค่ลูกไฟดวงเล็กๆ   มาร์แลนตรวจสอบดูความเร็ว เขาเบนยานเข้าสู่วงโคจรที่อยู่นอนสุดของดาวเคราะห์ทั้งหมดที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ จะไม่มีอะไรรบกวนมันได้ที่นี่ มันจะโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ตลอดไป นอกเสียจากว่าจะถูกดูดไปกับดาวหายที่โคจรผ่านมาทางนี้

มาร์แลนตรวจสอบเครื่องมือที่แซนดรากประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นเขาก็เข้าไปยังห้องในสุด และปิดประตูเหล็กหนาเสีย   เขาจะเปิดประตูอีกครั้งก็ต่อเมื่อต้องการจะเรียนรู้ถึงความลับของวิถีชีวิตมนุษย์ เขาปล่อยใจให้ว่างเปล่าในขณะที่เอนกายลงบนเก้าอี้นอนนุ่มหนา และคอยให้เครื่องจักรทำงานของมันไป เขาไม่ได้ยินเสียงแผ่วของก๊าซที่ผ่านช่องอากาศ ความรู้สึกนึกคิดค่อยๆ หมดไปเหมือนกระแสน้ำที่ไหลลงต่ำ

ขณะนี้อากาศที่ไหลผ่านเสียดแทรกเข้ามาจากห้องเล็ก และความร้อนที่สะสมอยู่ก็ไหลออกไปสู่ความหนาวเย็นของห้วงอวกาศ ความเปลี่ยนแปลงและความร่วงโรยจะไม่ย่างกรายเข้ามาที่นี่ มาร์แลนนอนอยู่ในหลุมศพที่จะอยู่ตลอดไปนานเกินกว่าหลุมศพที่มนุษย์เคยสร้างในโลก และอาจจะอยู่นานกว่าโลกเองด้วยซ้ำ แต่มันเป็นยิ่งกว่าหลุมฝังศพเพราะเครื่องจักรที่มันมีอยู่จะคงอยู่ตลอดไป ทุกๆ 100 ปี จะมีระบบเปิดปิดเพื่อนับศตวรรษ

มาร์แลนหลับอยู่ท่ามกลางแสงอันเยือกเย็นเบื้องหลังดาวพลูโต เขาจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตที่เคลื่อนไหวอยู่บนพื้นโลกรวมทั้งดาวเคราะห์อื่นๆ   ในขณะที่เวลาผ่านไปจากศตวรรษเป็นล้านปี และเป็นกัปล์ บนโลกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของมาร์แลน ภูเขาได้ทลายลงและถูกพัดพาออกทะเล หิมะไหลเลื่อนลงมาจากขั้วโลกอย่างที่เคยเป็นมาแล้วหลายครั้งเมื่อก่อนหน้านั้น และคงจะเป็นต่อๆ ไปด้วย   ที่ก้นมหาสมุทร ภูเขาและอนาคตได้ถูกสร้างขึ้นใหม่จากตะกอนที่ตกลงไป และเดี๋ยวนี้ก็ได้โผล่ขึ้นมารับแสงแห่งเวลากลางวัน ไม่นานต่อมา เทือกเขาแอลป์และหิมาลัยก็ถูกทำลาย และหายไปจากความทรงจำ

ดวงอาทิตย์เปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อกลไลของยานอวกาศของมาร์แลนได้ตื่นขึ้นจากการกลับอันยาวนาน อากาศเริ่มไหลลอดผ่านเข้าสู่ห้อง อุณหภูมิค่อยๆ สูงขึ้นจากเกือบๆ ศูนย์มาสู่ระดับที่สิ่งมีชีวิตจะเริ่มต้นได้อีกครั้งหนึ่ง อย่างนุ่มนวล กลไกควบคุมเริ่มต้นขบวนการอันละเอียดอ่อนที่จะชุบชีวิตนายของมันอีกครั้ง   มาร์แลนไม่กระดุกกระดิกตลอดเวลาอันยาวนานนับตั้งแต่เขาเริ่มต้นหลับ มีบางอย่างในระบบที่มีหน้าที่ปลุกเขาเกิดขัดข้อง ที่จริงมันก็น่าประหลาดที่ส่วนอื่นๆ ทำงานอย่างถูกต้อง เพราะมาร์แลนยังไม่ตายแม้ว่าเครื่องจักรจะไม่สามารถปลุกเขาจากการนอนหลับได้ก็ตาม

ในขณะนี้ ยานอวกาศจำได้ถึงคำสั่งที่ได้รับเมื่อนานมาแล้ว ชั่วครู่ขณะที่กลไกต่างๆ เริ่มทำงาน แสงอ่อนๆ จากดวงอาทิตย์ก็ส่องสว่างบนผนังยาน กลไกทำงานเร่งขึ้นแล้ว เริ่มเดินทางกลับตามเส้นทางเดิมที่เคยไป (เมื่อนานมาแล้ว) มันไม่ได้ตรวจดูความเร็วจนกระทั่งมันเข้ามาอยู่ภายในหมู่ดาวเคราะห์ ตัวยานอุ่นขึ้นด้วยแสงของดวงอาทิตย์เก่าแก่ที่ไม่รู้จักเหนื่อย ที่นี่มันเริ่มการค้นหาแนวโคจรของโลก แล้วมันก็พบดาวดวงหนึ่ง ที่มันจำไม่ได้เลย ขนาดถูกต้อง…แต่อย่างอื่นผิดไปหมด ทะเลที่เคยเป็นที่ชื่นชมสูงสุดของโลกอยู่ที่ไหน? ไม่ม่แม้แต่ก้นทะเลเหลืออยู่ ฝุ่นผงจากทวีปที่ทลายลงได้ถมทับมันไว้นานมาแล้ว และที่สำคัญที่สุด ดวงจันทร์อยู่ที่ไหน ในอดีตดวงจันทร์ได้ลอยต่ำลงสู่พื้นโลก และจบวาระสุดท้ายลง เพราะเดี๋ยวนี้โลกมีวงแหวนบางๆ ล้อมรอบเหมือนดาวเสาร์

ยานอวกาศทบทวนความทรงจำผ่านเครื่องช่วยความจำอีเลกทรอนิกส์อยู่ชั่วครู่ ในขณะที่ยานลอยอยู่ แล้วมันก็ตัดสินใจ   นี่ถ้ายานอวกาศยักไหล่เป็นมันก็คงทำแล้วละ   มันเลือกที่นำยานลงอย่างส่งเดช ลอยต่ำลงผ่านอากาศบางๆ และจอดบนทุ่งราบของหินทรายที่ถูกกัดเซาะ มันได้นำมาร์แลนกลับบ้าน และทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว   ถ้ายังมีสิ่งมีชีวิตบนโลก พวกเขาคงพบมาร์แลน ไม่ช้าก็เร็ว และที่นี่ จริงๆ ที่ผู้ซึ่งบัดนี้เป็นนายของโลกมนุษย์ได้มาพบยานของมาร์แลน พวกเขามีความทรงจำอันยาวนาน และยานรูปไข่โลหะหมองๆ ที่จอดอยู่บนหินทรายก็ไม่ได้แปลกสำหรับพวกเขาไปเสียทั้งหมด   พวกเขาหารือกันอย่างตื่นเต้นตามธรรมชาติ และเริ่มเจาะกำแพงหนาทึบจากการใช้เครื่องมือแปลกๆ   จนกระทั่งมาถึงห้องที่มาร์แลนนอนหลับอยู่

พวกเขานับว่ฉลาดมากที่สามารถเข้าใจจุดมุ่งหมายของยานอวกาศของมาร์แลน และสามารถบอกได้ว่ามันทำงานผิดปกติที่ไหน   ไม่นานต่อมานักวิทยาศาสตร์ก็ซ่อมแซมสิ่งที่เสียเท่าที่จำเป็น แม้ว่าจะไม่ได้หวังในความสำเร็จ   สิ่งที่เขาหวังอย่างยิ่งก็คือให้มาร์แลนรู้สึกตัวแม้เพียงชั่วครู่ ก่อนที่เวลาขะเล่นตลกเอากับเขา

แสงสว่างส่องผ่านเข้าสู่สมองของมาร์แลนอีกครั้งหนึ่งอย่างเชื่องช้า เป็นเวลายาวนานที่เขานอนอยู่ เขารู้แต่เพียงว่าเขายังมีชีวิตอยู่แต่ไม่รู่ว่าเขาคือใครมาจากไหน และแล้วความทรงจำที่คืนมาทีละนิดประกอบกันเข้าในที่สุด มาร์แลนก็จำได้ว่าเขาชื่อมาร์แลน   ถ้าตัดความอ่อนเพลียออกเสียความสำนึกถึงความสำเร็จของตนเองก็ทำให้เขารู้สึกพอใจอย่างมาก ความอยากรู้อยากเห็นที่ผลักดันเขานานมาแล้วกำลังจะได้รับสิ่งตอบแทน เขากำลังจะรู้ว่าใครที่ได้ครอบครองโลกต่อมา

ความแข็งแรงกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เขาลืมตาขึ้น แสงสว่างอันนุ่มนวลไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเคืองตา แต่ชั่วขณะ ทุกอย่างก็ลางเลือนและมัวซัว   จากนั้นเขาก็เห็นร่างที่ก้มต่ำลงมาเหนือเขา เขารู้สึกงุนงงเหมือนกับฝันไปเพราะเขาจำได้ว่า เขาอยู่คนเดียวตอนที่เดินทางกลับบ้าน มีเพียงยานอวกาศเท่านั้นที่จะดูแลเขา

ตอนนี้ภาพเริ่มแจ่มชัดขึ้น มาร์แลนเห็นสายตาหลายคู่ไม่ได้แสดงความเป็นศัตรู หรือเป็นมิตร ไม่มีความตื่นเต้น หรือการวางเฉย จ้องมาที่เขา   ร่างที่ยืนอยู่รอบๆ เขาเป็นวงกลมอย่างหนาแน่นนั้นดูผอมบิดเบี้ยวอย่างพิลึกพิลั่น พวกนั้นกำลังมองดูเขาผ่านความว่างเปล่าที่ไม่ว่าจะเป็นมาร์แลนหรือพวกนั้นก็ไม่อาจจะเข้าใจกันได้

ถ้าเป็นคนอื่นๆ อาจจะตกใจกลัว แต่มาร์แลนได้แต่ยิ้มอย่างเศร้าๆ ในขณะที่หลับตาลงและตลอดไป วิญญาณแห่งความอยากรู้ของเขาได้สำเร็จสมประสงค์แล้ว เขาไม่มีอะไรจะถามเกี่ยวกับเวลาอีก เพราะในนาทีสุดท้ายของชีวิตที่เขาได้เห็นพวกที่ยืนอยู่รอบๆ ตัวเขา   เขาก็รู้ว่าสงครามตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ระหว่างมนุษย์และแมลงได้สิ้นสุดไปนานแล้ว และเขาก็รู้สึกด้วยว่ามนุษย์ไม่ใช่ผู้ชนะ Ω

 

 

 

Advertisement

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s