ไม่ได้ด้วยเล่ห์…

จาก LOOPHOLE  โดย Arthur C. Clarke
แปลโดย ประการ จารุวัฒน์

1946_april_ASF_cover
ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1940 นิยายวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้เป็นที่นิยมในอังกฤษ และจิตวิญญาณของมันยังคงอยู่ที่สหรัฐอเมริกา  อาเธอร์ ซี คล้าก ได้ขายเรื่องสั้นแรกๆ ให้กับ จอห์น ดับบลิว แคมแปลล์ แห่งนิตยสารแอสเตาดิ้ง ((ต่อมาก็คือ นิตยสารอนาล็อก) ในช่วงเดือนแห่งสงครามที่กำลังสิ้นสุดขณะที่คล้ากยังคงรับราชการทหารในแอร์ฟอร์ซ   เรื่องแรกที่เขาซื้อไปก็คือ ‘Rescue Party’ กระนั้น ‘Loophole’ ก็ได้ขายไปในเวลาหลังจากนั้นไม่นานนัก แต่ได้รับการตีพิมพ์ก่อน   ในช่วงที่ขายไปนั้น (ปีค.ศ. 1945) คล้ากยังประจำการอยู่ข้างนอก สแตรทฟอร์ด-ออน-เอวอน และยังคงจำถึงปรากฏการในวาระนั้นได้ดี

Loophole’ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารแอสเตาดิ้ง ซายน์-ฟิคชั่น ฉบับเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1946 (พ.ศ.2489 ) ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย ประการ จารุวัฒน์ ในชื่อเรื่อง “ไม่ได้ด้วยเล่ห์…”  ตีพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้น “ออบิท 4 ซากสงคราม” ของกลุ่มออบิท ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2522  และอีกหนึ่งสำนวนในชื่อ “ช่องโหว่” โดยนพดล เวชสวัสดิ์ ตีพิมพ์ในนิตยสารชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ฉบับที่ 208 เดือนตุลาคม พ.ศ.2530  และตีพิมพ์ซ้ำหนังสือชุด 100 เรื่องสั้นนิยายวิทยาศาสตร์ “รัตติกาล” โดยบริษัทเซ็นเตอร์ ดิสคัฟเวอรี ในปี พ.ศ. 2542


อ่านเพิ่มเติม ไม่ได้ด้วยเล่ห์…

The Wife’s Story เรื่องเล่าจากภรรยา

เขาเป็นสามีที่ดี  เป็นพ่อที่ดี  ฉันไม่เข้าใจเลย  ฉันไม่อยากเชื่อเลย ฉันไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ  ฉันเห็นมันเกิดขึ้น  แต่มันไม่ใช่ความจริง  เป็นไปไม่ได้  เขาอ่อนโยนเสมอ  ลองให้คุณมาเห็นเขาเล่นกับเด็กสิ  ใครที่เห็นเขาเล่นกับเด็กต้องรู้ว่าเขาไม่ได้ร้ายอะไรเลย  เลวสักนิดยังไม่มี  ตอนฉันพบเขาคราวแรก  เขายังอาศัยอยู่กับแม่ของตัวเองที่สปริงเลค  ฉันเคยเห็นเขามาด้วยกัน…พวกลูกชายกับแม่  และยังคิดด้วยซ้ำว่าหนุ่มคนไหนที่ดีกับครอบครัวตัวเองคงน่าคบเอาการ  แล้วครั้งหนึ่งตอนฉันเดินเตร่อยู่ในป่า  ฉันพบเขาเดินกลับมาตัวคนเดียวหลังล่าสัตว์เสร็จ  เขาไม่ได้เหยื่อสักตัว  แม้แต่หนูนาก็ยังจับไม่ได้  แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้เศร้ากระไร  เขามัวแต่เดินเล่นพลางสูดอากาศยามเช้า  นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันชอบเขาในตอนแรก  เขาไม่ถืออะไรจริงจังเกินไป  เขาไม่บ่นคร่ำครวญในยามที่อะไรๆไม่เป็นไปตามที่คิดไว้  เราเลยได้คุยกันวันนั้น  และฉันคิดว่าระหว่างเราคงไปได้สวยทีเดียว เพราะไม่นานเขาก็มาจับเจ่าอยู่ที่นี่แทบจะตลอดเวลา  พี่สาวฉันก็เลยบอกว่า  —อ้อ…พ่อแม่ฉันย้ายไปใต้เมื่อปีก่อน และทิ้งบ้านหลังนี้ไว้ให้เราสองคน— พี่สาวฉันบอกด้วยสำเนียงล้อเลียนปนจริงจังว่า  “เฮ้อ!  ถ้าเขาจะมาอยู่ที่นี่ทุกวัน กับอีกครึ่งคืนแล้วละก็  คงจะไม่เหลือที่ว่างพอให้ฉันหรอก!”  แล้วเธอก็ย้ายออกไปอยู่ไม่ไกลเท่าไร  พี่กับฉันสนิทกันมานานแล้ว  เรื่องแบบนี้ไม่มีวันเปลี่ยนหรอก  ฉันคงผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายตอนนี้ไม่ได้แน่ถ้าไม่มีเธอ

จากนั้นเขาก็มาอยู่ที่นี่  และเท่าที่ฉันพูดได้คือมันเป็นปีที่ฉันสุขที่สุดในชีวิต  เขาดีกับฉันเสมอต้นเสมอปลาย  ทำงานหนักและไม่เคยขี้เกียจ  และรูปร่างใหญ่ดูดี  ทุกคนต้องแหงนหน้ามองเชียวนะขนาดเขาอายุแค่นี้  การชุมนุมที่สโมสรให้เขาเป็นนักร้องนำบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ  เขามีเสียงที่ไพเราะเหลือเกิน  และเขานำเสียงกลุ่มได้ทรงพลัง  คนอื่น ๆ จะร้องตามร่วมด้วย  ทั้งเสียงสูงต่ำ  ตอนนี้เมื่อฉันมาคิดแล้วก็ทำให้ฉันเสียวสันหลังทีเดียว  –เสียงร้องดังผ่านหมู่แมกไม้มาถึงนี่  และแสงจันทราเต็มดวงยามค่ำคืนฤดูร้อนส่องสว่างไปทั่ว  ฉันจะไม่มีวันได้ยินอะไรไพเราะเท่านั้นอีก  ฉันจะไม่มีวันได้รู้ถึงสุขเช่นนั้นอีกเลย อ่านเพิ่มเติม The Wife’s Story เรื่องเล่าจากภรรยา

ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน

flower_to_algernon

Flowers for Algernon เรื่องสั้นขนาดยาว ประพันธ์โดย ดาเนียล คีย์ (Daniel Keys) เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของชายปัญญาอ่อนผู้มีไอคิวเพียง 68 ได้เข้าร่วมเป็นมนุษย์ทดลองรับการผ่าตัดเพื่อพัฒนาสมองให้ฉลาดขึ้นเป็นสามเท่า   เขาได้เขียนบันทึกชีวิตจากที่เป็นคนปัญญาอ่อนจนกลายเป็นอัจฉริยะ

ชาร์ลี เกิดมาด้วยไอคิวต่ำเป็นพิเศษ และถูกเลือกเป็นมนุษย์ทดลองสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งบรรดานักวิจัยต่างหวังว่าจะช่วยเพิ่มระดับสติปัญญาให้กับเขา ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างสูงกับหนูทดลองที่ชื่อ อัลเกอร์นอน เมื่องานนี้เริ่มส่งผล ชาร์ลีมีสติปัญญาที่พัฒนาขึ้น จนล้ำหน้าหมอ แล้วจู่ อัลเกอร์นอนก็เสื่อมสภาพ แล้วชาร์ลีล่ะ สิ่งเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นกับเขาหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม ดอกไม้สำหรับอัลเจอนอน