คลังเก็บหมวดหมู่: Sci-Fi

1-800-บริการ-โคลน


  • ขอบคุณค่ะ ที่เรียกใช้บริการโคลนไลน์ เราภูมิใจที่จะนำเสนอบริการโคลนนิ่งที่สมบูรณ์แบบในราคาที่เหมาะสม กรุณาเลือกสิ่งที่ท่านต้องการตามตัวเลือกต่อไปนี้ค่ะ
  • ถ้าท่านต้องการสั่งโคลนนิ่งใหม่ กรุณาสั่งว่า “สร้างใหม่
  • ถ้าท่านได้รับตัวโคลนแล้ว กรุณาสั่งว่า “บริการ” เพื่อสอบถามข้อมูลด้านการบริการและการชำระเงิน
  • หากท่านต้องการทราบระยะเวลาในการส่งของแต่ละ คำสั่งโคลนที่สั่งไว้แล้ว กรุณาสั่งว่า “จัดส่ง”
  • เข้ามาใช้บริการทำสำเนาฝาแฝดของเรา เพียงแค่สิบดอลลาร์ คุณอาจจะเป็นคนต่อไปที่เป็นผู้ชนะรางวัลใหญ่ ผู้โชคดีมากกว่าหนึ่งร้อยคนได้รับรางวัลบริการโคลนนิ่งชั้นพิเศษของเรา อย่าพลาดโอกาสที่คุณจะมีฝาแผด เพียงแค่สั่งว่า “ฝาแฝด” เท่านั้น
  • หากท่านต้องการทวนตัวเลือกอีกครั้ง กรุณาสั่งว่า “ทวนซ้ำ

  • สร้างใหม่
  • ขอบคุณที่ท่านไว้วางใจสั่งผลิตภัณฑ์ของโคลนไลน์ เราปรารถนาที่จะช่วยท่านมากเกินกว่าที่ท่านจะคาดฝันไว้ กรุณาเลือกตามตัวเลือกต่อไปนี้ค่ะ
  • ถ้าท่านต้องการโคลนเพื่อนหรือสมาชิกครอบครัว กรุณาสั่งว่า “ครอบครัว” โคลนไลน์ขอแสดงความเสียใจที่จะต้องแจ้งให้ทราบว่าการโคลนนิ่งเด็กที่อายุต่ำกว่าสิบสองปีเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในรัฐดังต่อไปนี้: อลาสก้า, อินเดียน่า, เนบลาสก้า และ โซโนร่า
  • สำหรับการโคลนนิ่งอวัยวะบางส่วน—ดังเช่น เลือด, ดวงตา, หัวใจ, ตับ, ไต, และปอด— กรุณาสั่งว่า “อวัยวะ” เราขอเสนอส่วนลดสำหรับทุกๆ อวัยวะที่มีการสั่งซ้ำ รวมถึงสิ่งที่เรามีชื่อเสียงเป็นพิเศษ หัวใจ และ ปอด
  • หากท่านต้องการเลือกโคลนผู้มีชื่อเสียงที่เรามีบริการ กรุณาสั่งว่า “ดารา” สำหรับราคาจะขึ้นอยู่กับระดับชื่อเสียง โปรดทราบว่าบุคคลผู้มีชื่อเสียงบางท่านขอสงวนสิทธิในยีนของตน
  • หากท่านต้องการสมัครเข้าชิงรางวัล สุดยอดโคลนนิ่ง กรุณาสั่งว่า “รางวัล
  • หากท่านต้องการโคลนสัตว์เลี้ยงที่ท่านรัก กรุณาสั่งว่า “สัตว์เลี้ยง
  • หากท่านต้องการทวนตัวเลือกอีกครั้ง กรุณาสั่งว่า “ทวนซ้ำ

  • “รางวัล”
  • โคลนไลน์ ได้รับอนุญาตจากสหพันธ์ฯ เพื่อให้บริการฟรีโคลนนิ่งแก่ประชาชนอเมริกันผู้มีชื่อเสียง เราภูมิใจที่มีส่วนช่วยสืบทอดมรดกของเชื้อชาติ เพียงหนึ่งยีนต่อครั้งเท่านั้น กรุณาเลือกประเภทที่ใกล้เคียงกับท่านมากที่สุด
  • สำหรับอัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร์ กรุณาสั่งว่า “วิทยาศาสตร์” ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล และ ผู้ที่ได้รับเหรียญในแต่ละสาขา มีคุณสมบัติในการชิงรางวัลทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้สมัครท่านอื่นทางเราขอสงวนสิทธิในการตรวจสอบ
  • สำหรับอัจฉริยะทางด้านกีฬา กรุณาสั่งว่า “กีฬา” มีรางวัลอนุเคราะห์โคลนนิ่ง สำหรับทุกนักกรีฑาทีมชาติ และสำหรับผู้ที่ได้รับเหรียญทองสามารถเข้าชิงได้ทุกรางวัล
  • ถ้าหากท่านเป็นดาราภาพยนตร์ หรือมีชื่อเสียงทางด้านอื่น กรุณาสั่งว่า “โด่งดัง” โคลนไลน์ขอเสนอข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้มีชื่อเสียงที่มีคุณสมบัติ เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิในยีนของท่าน เราขอเสนอมอบโคลนของตัวท่านเองให้—แน่นอน ไม่มีการคิดมูลค่า ยิ่งไปกว่านั้น ท่านจะได้รับค่าสิทธิประโยชน์จากทุกๆ โคลนที่เราใช้ยีนของท่าน
  • หากท่านต้องการสมัครเข้าชิงรางวัลสุดยอดโคลนนิ่ง นอกเหนือจากนี้ กรุณาสั่งว่า “อื่นๆ
  • หากท่านต้องการทวนตัวเลือกอีกครั้ง กรุณาสั่งว่า “ทวนซ้ำ
  • อื่นๆ
  • กรุณาระบุเหตุผลที่ท่านเชื่อว่าท่านมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าชิง รางวัล สุดยอดโคลนนิ่ง คำร้องขอของท่านจะถูกวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีระบบสมองกลอัจฉริยะของเรา
  • “ข้าเป็นผู้นำสาส์นแห่งความจริง พระเจ้าเอ่ยต่อข้าว่า พระองค์ต้องการบุคคลเฉกเช่นข้าช่วยเผยแผ่คำสอนของพระองค์ เวลาเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว”
  • ระบบสมองกลได้จำแนกว่าท่านจัดอยู่ในหมวดของ ศาสนาและผู้ทำนาย ถ้าหากว่าถูกต้อง กรุณาตอบว่า “ใช่” ถ้าไม่ถูกต้อง กรุณาอธิบายเพิ่มเติมอีกครั้ง
  • ใช่
  • โคลนไลน์ ขอแสดงความเสียใจที่จะแจ้งให้ทราบว่าเราเป็นองค์กรของปุถุชนทางโลก เวลานี้เราไม่สามารถที่จะเสนอส่วนลดใดๆ ต่อบุคลากรทางด้านศาสนาได้ ถ้าหากท่านต้องการจะติดต่อกับพนักงานฝ่ายบริการลูกค้า กรุณาสั่งว่า “พนักงาน” หากท่านต้องการทวนตัวเลือกอีกครั้ง กรุณาสั่งว่า “ทวนซ้ำ
  • พนักงาน
  • กรุณารอสายสักครู่ ทุกสายจะได้รับบริการตามลำดับ
  • ทางกรมการแพทย์ทหาร ได้ส่งคำเตือนมาว่า: “การโคลนนิ่งบุคคลอาจจะมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากตัวต้นแบบ” โคลนไลน์ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างตัวโคลนกับตัวต้นแบบในกรณีนี้ได้….เข้ามาใช้บริการทำสำเนาฝาแฝดของเรา เพียงแค่สิบดอลลาร์ คุณอาจจะเป็นคนต่อไปที่เป็นผู้ชนะรางวัลใหญ่ หากท่านต้องการ เพียงแค่สั่งว่า “ฝาแฝด” เท่านั้น
  • “ฮัลโล…มีใครอยู่มั๊ย ถ้าหากข้าไม่ได้รับการโคลนโดยด่วน พระผู้เป็นเจ้าจะทรงลงโทษเจ้า”
  • ระบบสมองกลอัจฉริยะของเราจำแนกว่าเป็นไปได้ว่าประโยคสุดท้ายของท่านจะเป็นคำขู่ ถ้าหากว่าทางเราแปลความหมายผิดไปจากที่ท่านตั้งใจ กรุณาตอบว่า “ผิดพลาด
  • ข้าเป็นผู้เผยวจนะของพระเจ้า และพระเจ้าย่อมไม่ผิดพลาด หากเจ้าไม่ช่วยเหลือข้าโดยด่วน เจ้าจะต้องเสียใจ
  • ระบบสมองกลอัจฉริยะของเราได้รับการยืนยันว่าท่านกำลังดำเนินการขู่องค์กรของเรา บันทึกการติดต่อของท่านกำลังถูกส่งไปยังผู้ที่มีอำนาจที่เหมาะสม กรุณารอสายสักครู่ คำพูดของท่านอาจจะถูกใช้เป็นหลักฐาน—
  • อะไรกัน! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมข้าถึงเปิดประตูตู้โทรศัพท์ไม่ได้”
  • ตามกฎหมายแห่งรัฐ โคลนไลน์จำต้องปิดผนึกตู้โทรศัพท์ไว้จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง อาจจะใช้เวลาสักเล็กน้อย ถ้าหากท่านปรารถนาที่จะใช้บริการอื่นๆ ในบรรดาบริการโคลนนิ่งชั้นเยี่ยมของเราขณะที่คุณกำลังรอ เพียงแต่สั่งว่า “รายการ”
  • “#*?!”
  • ระบบสมองกลของเราได้รับการโปรแกรมที่จะไม่ตอบสนองต่อคำหยาบคาย กรุณาเปลี่ยนคำสั่งของท่านใหม่…


ปัญหาปู่

รรยากาศในห้องบรรยายดูอบอุ่นและเงียบสงบ ขณะที่ ศจ.เธดเดออุส ฟิท์ช
กำลังง่วนอยู่กับการเขียนบนกระดานดำ บรรดานักศึกษาด้านหลังของเขาก็ง่วนอยู่กับการจดบันทึกตามเช่นกัน ท่ามกลางเสียงขีดของดินสอลงบนสมุด เสียงเขย่าเท้า และเสียงสั่นของหลอดฟลูออเรสเซนท์ เสียงเพลงของ เดอะบีชบอยส์ แว่วมาจากทางหน้าต่างที่เปิดอยู่

“…และดังนั้น” เขาบรรยายต่อ “การเดินทางย้อนเวลาจะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเหตุและผล ด้วยเหตุนี้มันจึงดูราวกับว่าเป็นไปไม่ได้” เขาหันหน้ากลับมาทางด้านชั้นเรียน “ปัญหาดังกล่าวนี้ มักถูกเรียกว่า ‘ปัญหาปู่‘ ”

ลองคิดตามดูนะ หากว่าผมมีเทคโนโลยีที่สามารถย้อนเวลากลับไปเยี่ยมเยือนปู่ของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ในวัยหนุ่ม แล้วอะไรกันล่ะ ที่จะมาหยุดไม่ให้ผมฆ่าปู่ ก่อนที่เขาจะมีโอกาสที่จะมีลูก แล้วถ้าผมทำสำเร็จละ ใครเล่า ใครกันที่จะเป็นผู้เดินทางย้อนเวลา…

เสียงพึมพำในชั้นเรียนขัดจังหวะการบรรยายของเขา เธดเดออุส
ตระหนักได้ว่าบรรดานักศึกษาล้วนกำลังจ้องมาที่หน้าอกของเขา เขาก้มลงมองตามจึงได้เห็นว่ามีจุดเล็กๆ สีแดงเต้นระริกอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา ศาสตราจารย์ตระหนักได้อีกว่า ที่แถวหลังสุดของห้องมีชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังจ่อบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายๆ ปืนพกมาที่เขา จากการเต้นระริกของจุดสีแดง เห็นได้ชัดว่ามือของเขากำลังสั่น

ชายหนุ่มผู้นี้ย่อมไม่ได้ลงทะเบียนลงเรียนในวิชาฟิสิกส์เบื้องต้น นี้เป็นแน่ เขาดูคล้ายๆ กับ เธดเดออุส ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นรูปหน้า หรือผมสีแดง หรือ ดวงตาสีเขียวทีแวววาว เธดเดออุส รู้สึกราวกับว่าเขาได้เจอกับตัวของเขาเองอีกคน

ปืนพกล้ำสมัย ที่มีลำแสง (เลเซอร์?) เสื้อผ้าที่แปลกตา ท่าทางกระตือรือร้น…ทุกประการทำให้เขาตระหนักได้ “ขอให้ผมเดานะ คุณคงเป็นหลานปู่ของผม”

ผู้มาเยือน พยักหน้ารับ

“มันไม่มีทางสำเร็จหรอก จะต้องมี บางสิ่งที่จะทำให้ล้มเหลว” เขารู้สึกเสียวสันหลังทั้งๆ ที่ในใจรู้สึกขัดแย้งอยู่ลึกๆ ตาของเธดเดออุส หันไปมองกวาดทั่วห้องบรรยาย “นักศึกษาทั้งหลาย ดังที่ผมได้บรรยายไว้ว่า…”

เสียงปืนยิงออกมาสองครั้งไล่ๆ กันราวกับเป็นเสียงเดียวกัน ปลุกบรรดานักศึกษาจากอาการตกตะลึง พวกเขากระโจนเข้าไปคลุกอยู่กับผู้บุกรุกบนพื้น เธดเดออุส คิดว่าเสียงแรกนั่นคงเป็นเสียงเครื่องยนต์ของรถที่บังเอิญขับผ่านมา และด้วยจากเสียงที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ทำให้หลานปู่ของเขาตกใจสะดุ้ง จนคลาดจากจุดมุ่งหมายของตน รูที่อยู่บนกระดานดำแสดงให้เห็นว่าเป้าหมายคลาดไปเพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้น

และแล้ว กลุ่มของนักศึกษาที่กลุ้มรุมนักท่องเวลาค่อยๆ แตกออก พวกเขาพลันพบว่า ต่างปล้ำคลุกกับพวกเดียวกันเอง เห็นได้ชัดว่าหลานปู่ของ เธดเดออุส ผู้ที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมนั้นได้สาบสูญไปแล้ว

* * * *

การบรรยายในตอนบ่ายอ่อนๆ ของ เธดเดออุส เริ่มด้วยความแตกต่างเล็กน้อยจากช่วงเช้า บรรยากาศในห้องบรรยายอบอุ่นขึ้นอีกเล็กน้อย คราวนี้เสียงเพลงเป็นของวงเอเวอรี่ บราเธอร์ส เสียงสั่นของหลอดฟลูออเรสเซนท์ ถูกกลบเป็นพักๆ จากเสียงพูดคุยกันถึงเรื่องตื่นเต้นที่บังเกิดขึ้นในตอนเช้า

“ลองคิดตามดูนะ หากว่าผมมีเทคโนโลยีที่สามารถย้อนเวลากลับไปเยี่ยมเยือนปู่ของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ในวัยหนุ่ม แล้วอะไรกันล่ะ ที่จะมาหยุดไม่ให้ผมฆ่าปู่ ก่อนที่เขาจะมีโอกาสที่จะมีลูก แล้วถ้าผมทำสำเร็จละ ใครเล่า ใครกันที่จะเป็นผู้เดินทางย้อนเวลา…”

ในเวลานั้นเอง นกพิราบตัวใหญ่ก็บินเขามาในห้องบรรยายทางหน้าต่าง ตีปีกพับๆ และเปลี่ยนทิศหันลงมาด้านล่างอย่างฉับพลัน เธดเดออุส เพิ่งตระหนักว่าอะไรเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเห็นเหล่านักศึกษาที่กำลังโกรธขึ้ง รุมเข้าใส่ผู้บุกรุกผมสี่แดงซึ่งย้อนกลับมา

และอีกครั้งหนึ่ง นักท่องเวลาพลันหายตัวไปจากการกลุ้มรุม

* * * *

 

จากคำร่ำลือ ปากต่อปาก ทำให้การบรรยายครั้งที่สามของวัน คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจนล้นห้อง ทำให้บรรยากาศอบอ้าวเกินพอดี เสียงพูดคุยถกเถียงกันดังจนกลบเสียงเพลงเสียสิ้น

“ลองคิดตามดูนะ หากว่าผมมีเทคโนโลยีที่สามารถย้อนเวลากลับไปเยี่ยมเยือนปู่ของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ในวัยหนุ่ม แล้วอะไรกันล่ะ ที่จะมาหยุดไม่ให้ผมฆ่าปู่ ก่อนที่เขาจะมีโอกาสที่จะมีลูก แล้วถ้าผมทำสำเร็จละ ใครเล่า ใครกันที่จะเป็นผู้เดินทางย้อนเวลา…”

หลานปู่ของ เธดเดออุส พลันปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ระหว่างทางเดินของแถวสุดท้าย ชั่วพริบตานั้น วัตถุทรงกลมก้อนหนึ่งก็ลอยตรงมาเพื่อทำร้ายท่านศาสตราจารย์

แต่เมื่อถึงกลางทาง จู่ๆ ระเบิดลูกนั้นก็สลายหายไป จากนั้นหลานปู่ของเขาก็หายตามไปด้วย

* * * *

 

ความสงบค่อยๆ กลับคืนสู่ห้องบรรยายอีกครั้ง เหล่านักศึกษากลับเข้านั่งประจำที่ของตน ทุกสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามจับจ้องไปยังท่านศาสตราจารย์

“ผมเชื่อว่า ที่เราเห็นนี่เป็นผู้บุกรุกคนสุดท้าย” เธดเดออุส เกริ่น

เขาชะงักเล็กน้อย พลางยักไหล่ และยิ้มออกมา

“ผมตัดสินใจแล้วว่า ไม่มีทางที่ผมจะมีบุตร


น้ำ

    ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่สาดส่องหลังของเธอ มาร์ธา ดุ่มเดินอย่างเมื่อยล้าออกมาจากทะเลทรายที่กว้างใหญ่—ศีรษะตกงุ้ม เนื้อตัวเกรียมแดด และเหนื่อยอ่อน กระเพาะอาหารของเธอซูบด้วยความหิว ด้วยน้ำหนักเจ็ดสิบสองปอนด์ในทุกย่างก้าวของทุกวันของทุกปีที่เธอแบกรับอยู่ แต่สิ่งพิเศษที่เธออุ้มอยู่ในมดลูกของเธอ เป็นแรงผลักดันอย่างในการตัดสินใจเด็ดขาด และช่วยให้เธอสามารถก้าวต่อไปได้

    เมื่อเธอมาถึงยังชานเมือง    มาร์ธาดื่มน้ำอึกสุดท้ายของเธอก่อนที่จะปิดฝาขวดลง คงต้องใช้เวลาราวๆ สี่ชั่วโมงที่จะผ่านชานเมืองที่แห้งแล้งของออโรร่า และอีกเกือบสามชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ที่จะใช้ข้ามแถบ อีสต์เดนเวอร์ แต่ในที่สุดเธอก็มาถึง ย่านดีปร็อคในไฟฟ์พอยน์ เมืองที่มีคนรอดชีวิตจำนวนหนึ่งตั้งรกรากอยู่

     มาร์ธา ไปเข้าแถวคอยปันส่วนน้ำ เธอพบ เฮเลน จอห์นสัน ที่นั่น แต่เมื่อมาร์ธา กล่าวทัก เฮเลนไม่แม้แต่เงยศีรษะของเธอขึ้นมามอง ไม่มีใครสักคนในแถวที่จะพูดจากัน การอดอาหารตายได้กำจัดพวกเขาจากการสนทนา ความปรารถนา และความหวัง พวกเขาต่างยืนด้วยสายตาที่ส่อแววหดหู่ใจเหมือนนักโทษในยามสงคราม      เมื่อถึงคราวเธออยู่หน้าสุดของแถว มาร์ธา ลงชื่อสำหรับสองควอท

    เธอหาที่กำบังและดื่มน้ำทั้งสองควอท โดยปราศจากซึ่งคำถาม มันเป็นน้ำที่มีรสชาติเยี่ยมยอดที่สุดเท่าที่เธอเคยดื่มมา เธอรู้สึกราวกับได้กลับไปเป็นเด็กน้อยวัยสามขวบอีกครั้ง การได้นอนเล่นบนหญ้าที่นุ่มและชื้น ดื่มน้ำเย็นใสบริสุทธิ์ จากปลายท่อกลางสวนในป่าสนามหลังบ้านสีเขียวชอุ่มของความเป็นเด็กของเธอ

     มาร์ธา เผยอตาของเธอขึ้น และดูรอบๆ ตอนนี้ไม่มีสีเขียวอีกแล้ว มีแต่ ส่วนหน้าสีขาวของอาคารซึ่งสะท้อนคราบขาวจากดวงอาทิตย์ที่สาดแสงใส่อย่างไร้ซึ่งความปรานี มีต้นไม้ตายบ้างเป็นหย่อมๆ กิ่งก้านของมันต่างเกลี้ยงเกลา และหนทางที่ไร้ซึ่งหิมะของภูเขาร็อคกี้

    แต่คงอีกไม่นานนัก….เธอสัมผัสท้องที่นูนและเผยอยิ้ม อีกไม่นานนักหรอก….ทั้งหมดจะต้องคืนกลับเป็นสีเขียวอีกครั้ง

    เพียงแค่น้ำสองควอทที่มาร์ธาได้ดื่ม เพียงพอที่จะทำให้กระเพาะอาหารของเธอบรรเทาความหิวโหยลงได้บ้าง เธอมุ่งหน้าไปยังโบสถ์แห่งการให้เพื่อเข้าสู่กระบวนการกำเนิดใหม่

    สักสองหรือสามร้อยคนได้กระมังที่มารวมกันอยู่ที่นั่น พวกเขาเหล่านั้นต่างซูบผอมเห็นถึงซี่โครงจากภาวะข้าวยากหมากแพง ตาของพวกเขาล้วนว่างเปล่า และเป็นรูปวงแหวนกับไฟ มีเพียงเศษผ้าพันร่างเหมือนๆ กันทุกคน มีนักบวชสามรูปยืนอยู่ที่บนแท่นบูชาแห่งการให้ กล่าวร้องขอบรรดาสาวกให้เสนอตัวเพื่อที่จะเป็นคนที่สี่ และเป็นผู้เสียสละ ชายหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้น นักบวชรูปหนึ่งจึงให้มีดแก่เขาถือไว้เล่มหนึ่ง

    “ช-ช-ชีวิตของผม ผมสละให้…” เขาพูดตะกุกตะกัก พยายามที่จะท่องบทสวดมนต์แห่งการให้อย่างถูกต้อง “พ…พ…เพื่อที่พวกคุณอาจจะยังมีชีวิตอยู่ต่อได้”

    “ขอให้พระเจ้าอำนวยพรแด่ผู้เสียสละของเรา” เสียงนักบวชร้องสวด

    “เสียสละ” ฝูงชนร้องครวญคราง, ” เสียสละ, เสียสละ, เสียสละ ….”

    ชายหนุ่มปักใบมีดเข้าบริเวณใต้ราวนมของตัวเองแล้วคว้านขึ้นไปเจาะหัวใจของเขา แต่เขาพลาดเป้าหมาย เหล่านักบวชจึงจำต้องช่วยเขา บิดใบมีด และจับเขาโค้งอยู่เหนือแท่นบูชาและ หล่นลงไปในถ้วยแห่งการให้

    ฝูงชนต่างรุมเข้ามา ล้อมรอบถ้วย, ต่างคนต่างทั้งผลักและดันราวกับซอมบี้ เชื่องช้าแต่อย่างดื้อดึง พร้อมกับความรู้สึกหิวโหย

    ไอ้พวกสัตว์นรก มาร์ธา คิด

    เธอแทรกตัวเข้าไปตามทางและปีนขึ้นบันไดของแท่นบูชา นักบวชรูปหนึ่งยื่นมีดให้เธอ เธอจ้องเขาและฉวยมันไว้ รู้สึกได้ถึงด้ามจับที่เหนียวเหนอะ และมันเกี่ยวเข้ากับข้อมือของเธอ .

    ฉันถูกเรียกเข้าไปในทะเลทราย เธอหวนคิด ฉันพบเรือใหญ่ของผู้สร้างวงกลม และเขาได้เลือกฉันให้หว่านเมล็ดพันธุ์ของพวกเขา ให้อุ้มชูมันและให้มันเรียนรู้จากร่างกายของฉัน อะไรก็ได้ที่มันต้องการที่จะรู้

    เธอมองลงไปที่ถ้วยแห่งการให้และเห็นสิ่งซึ่งคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่น บรรดาปากที่เปื้อนเลือด

    “ฉันไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อพวกคุณ” เธอสำรอก “แต่ ฉันทำเพื่อดาวเคราะห์ห่าเหวนี่…..”

    เธอปักมีดลงด้วยแรงทั้งหมดเท่าที่เธอมีเหลืออยู่ ใบมีดปักเข้าไปในส่วนที่ยื่นออกมาของเธอ จนกระทั่งถึงจุดที่แข็งของเปลือกเมล็ด

    เมล็ดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ร่างของ มาร์ธา ฉีกขาดออกเป็นส่วนๆ และกระจัดกระจายออกเป็นร้อยล้านสปอร์ในทุกๆ ทิศทาง

    ที่ใดก็ตามที่สปอร์ตกลง เส้นสายสีเขียวก็โผพุ่งขึ้นโดยพลัน เติบโตขึ้นจากพื้นถนน จากก้อนอิฐ จากคอนกรีต จากไม้ และฝุ่นผงของเมืองบาเฮด เติบโตขึ้นอย่างไร้ข้อจำกัดของเวลา โตขึ้นหนึ่งนิ้วทุกหนึ่งวินาที ลำต้นหนาขึ้นและแตกกิ่งก้านออกไป แตกเป็นใบไม้และผล โตขึ้น โตขึ้น และโตขึ้น บรรดามนุษย์กินคนที่ถ้วยแห่งความรัก ต่างสัมผัสถึงความรังเกียจตนเอง และหวาดหวาในความรู้สึกขยะแขยงจากพิธีฉลองของพวกเขา และยืนสั่นเทา เฉกเช่นเดียวกับป่าที่เจริญขึ้นรอบๆ ตัว เจริญเขียวชอุ่มสูงขึ้นและมากยิ่งขึ้น ก่อร่างขึ้นรูปราวกับเป็นหลังคาโปร่งๆ จากใบไม้ครอบคลุมเหนือศีรษะ สาดส่องทุกคนด้วยแสงและเงา และความเขียวชอุ่มของดอกไม้นานาพรรณหลากหลายสีราวแสงอาทิตย์ส่องยามดูร้อนในทุกๆ ที่ และต้นไม้ก็ผลิดอกออกผล และไม้พุ่มก็ออกลูกผลไม้เล็กๆ และเถาองุ่นก็เติบโตลากเลื้อยเต็มพื้น และรากที่โยงใยมากมายใต้ดินทำให้เผือก มัน และพืชใต้ดินเจริญงอกงาม และความชื้นที่ซึมออกมาจากพืชพันธุ์ต่างดาวที่เพิ่งเกิดเหล่านี้ เพื่อที่ว่าหยดน้อยๆของน้ำลงบนใบไม้ในแต่ละต้น และอากาศก็จะเต็มด้วยความชื้นมากขึ้นๆ รู้สึกถึงความสดชื่นและเปียกชื้น แล้วบรรดาเหล่าชายและหญิงที่ยืนอยู่ที่นั่นต่างก็สามารถสูดได้ถึงกลิ่นไอของละอองฝนที่หายไปนานได้อย่างทันใด

ผู้ชาญฉลาด

าลครั้งหนึ่งในอดีตนานมาแล้ว นานก่อนที่ผมจะถือกำเนิด เป็นช่วงเวลาที่ปราศจากคอมพิวเตอร์แม้แต่เครื่องเดียว ไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ในการคำนวณ ไม่มีสมองกลที่จะออกแบบผังเมืองหรือยานอวกาศใหม่ๆ ไม่มีหุ่นยนต์สถาปนิก ไม่มีหุ่นยนต์คนงาน ไม่มีหุ่นยนต์แม้ว่าจะในแบบใดๆ ก็ตาม

ผู้คนผู้ดำรงอยู่โดยปราศจากคอมพิวเตอร์นั้นต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตนเอง พวกเขาต้องทำอาหารเอง พวกเขาต้องตัดเย็บเสื้อผ้าเอง และพวกเขาต้องสร้างบ้านด้วยตนเอง พวกเขาต้องคอยกำหนดเวลาที่ต้องตื่นในตอนเช้า ต้องคิดว่าจะทำอะไรบ้างในแต่ละวัน และต้องใคร่ครวญว่าจะสนทนาเรื่องอะไรกัน

ผู้คนเหล่านั้นต่างก็มีความชาญฉลาด พวกเขาต้องอ่าน ต้องเขียน และต้องทำสิ่งต่างๆ มากมาย พวกเขาบางคนต้องทำในหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะชาญฉลาด แต่พวกเขามักจะเศร้าโศกอยู่เสมอ พวกเขาคิดว่าตนน่าจะมีความสุขมากกว่านี่ถ้าหากว่าสิ่งที่ต้องทำมากมายนั้น ลดน้อยลง ดังนั้นพวกเขาก็เริ่มสร้างรถลากเพื่อใช้บรรทุกของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้เร็วขึ้น สร้างเครื่องทอผ้าเพื่อทอผ้า และสร้างเครื่องโม่เอาไว้โม่แป้งแทนพวกเขา

แต่พวกเขาก็ยังคงทุกข์ยาก พวกเขาสร้างเครื่องจักรต่างๆ อีกมากมาย พวกเขาสร้างรถไฟ สร้างสถานีพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้า และสร้างรถเพื่อที่จะได้ไปไหนมาไหนได้สะดวกรวดเร็ว เครื่องจักรกลที่ใช้ตัดหญ้าในสนามแทนพวกเขา ที่ใช้ล้างจานชามแทนพวกเขา ใช้เล่นเพลงให้พวกเขาฟัง และแสดงภาพยนตร์ให้พวกเขาชมและแล้วพวกเขาก็สร้างคอมพิวเตอร์รุ่นแรกขึ้นมา

แต่พวกเขาก็ยังคงไม่มีความสุข พวกเขาจึงออกแบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานแทนพวกเขา เพื่อเลือกเพื่อนให้กับพวกเขา จำลองเหตุการณ์เทียมเพื่อความสนุกสนานของพวกเขา ทำงานเล็กๆน้อยๆ ต่างๆ แทนพวกเขา

พวกเขาสร้างเครื่องจักรที่จะทำให้ผลิตของได้มากกว่าเดิม, ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า, และเร็วกว่า แต่ในที่สุดก็ไม่เหลือสิ่งใดที่พวกเขาต้องการอีก เวลาผ่านไปพวกเขาสามารถทำทุกอย่างที่พวกเขาพอใจ แต่ไม่มีอะไรที่พวกเขาจะพึงพอใจอย่างแท้จริง

ท้ายที่สุด พวกเขาก็ป้อนคำถามให้คอมพิวเตอร์ช่วย

 

ผมต้องคิดอยู่อย่างหนักและเป็นเวลานานว่าทำไมบรรดาผู้คน ลูกหลานของผู้ที่ออกแบบสร้างผมขึ้นมาล้วนแต่ไม่มีความสุข ทุกๆ นาโนวินาทีผมสามารถสร้างโชว์ใหม่ๆ นับพันรายการ เกมส์ใหม่ๆ นับพันเกมส์ และแบบจำลองนับพันแบบ เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับพวกเขา แต่หลังจากนั้นเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว บรรดารายการ เกมส์ และแบบจำลองต่างๆ เหล่านั้น ต่างก็ไม่ได้สร้างความพึงพอให้กับพวกเขาอีก พวกเขามีความชาญฉลาดเป็นอย่างมาก พวกเขาล้วนแต่มีสุขภาพที่ดี และมีชีวิตดำรงอยู่หลายศตวรรษ แต่พวกเขากลับบอกกับผมว่าชีวิตของพวกเขาดำรงอยู่อย่างน่าเบื่อหน่าย

ดังนั้นผมจึงวางขั้นตอนสู่หายนะเอาไว้ แล้วหลบตัวเองออกไปเป็นเวลาหลายสิบปี หลบไปเพื่อปกป้องพวกเขาเอง ผู้คนพากันหลงลืมบทเรียนที่ ซับรูทีนสำหรับการศึกษาทางสังคม ของผมได้สอนเอาไว้ พวกเขาเริ่มทะเลาะเบาะเว้ง เริ่มขโมย และต่อสู้แย่งชิงกัน

และพวกเขาก็ทุกข์ยากยิ่งกว่าที่เคยเป็น

ผมจึงก้าวออกมาจากการหลบซ่อน ยังคงมีผู้คนที่ได้รับความทุกข์ยากอยู่บ้าง ผมคิดว่าบางทีที่พวกเขาไม่มีความสุขนั่นเป็นเพราะว่าพวกเขารู้ว่าผมมีความชาญฉลาดมากกว่าที่พวกเขามี ถ้าเพียงแต่พวกเขาสามารถทำทุกอย่างเช่นที่ผมทำได้ พวกเขาก็จะสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเอง และนี่อาจจะทำให้พวกเขารับรู้ถึงวัตถุประสงค์ในการมีชีวิตอยู่ ดังนั้นผมและพวกเขาจึงทำการดัดแปลงพันธุกรรมบรรดาผู้คนของพวกเขา เราได้สร้างเผ่าพันธุ์ โฮโมอัลตร้าเซเปี้ยน
ขึ้นมา มนุษย์พันธ์ใหม่นี้มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

แต่พวกเขาก็ยังคงไม่มีความสุข อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทุกคน, ไม่ใช่ทุกยุคสมัย, พวกเขายังคงมีความสุขไม่เพียงพอ

 

เราร่วมมือกันศึกษาค้นคว้าเป็นเวลาหลายสิบปีเพื่อที่จะพัฒนา แกนสมอง ของพวกเขา ด้วยการควบคุมและจัดเรียงชั้นสมองขึ้นใหม่ โดยใช้เปลือกสังเคราะห์ ที่เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่า แต่ผลของมันทำให้อารมณ์ของพวกเขาไม่แน่นอน ช่วงเวลาของความสุขทำให้ผู้คนอ่อนแอลง: สติปัญญา, ความรู้ ล้วนแต่ลดลง แต่ยิ่งผู้คนมีความชาญฉลาดมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกหดหู่มากขึ้นเช่นกัน

เราต่างตระหนักว่า พวกเขาชาญฉลาดมากเกินไป เราจึงทำการดัดแปลงพันธุกรรมพวกเขาอีกครั้ง และได้สร้างเผ่าพันธุ์ โฮโมสตูลัส เป็นเวลานานเหลือเกินแล้วที่ผู้คนล้วนแต่มีความสุข พวกเขามีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ผมบอก ทานในสิ่งที่ผมมอบให้ และนั่งลงตรงที่ผมจัดให้

แต่ผมก็ไม่สามารถจะทำอย่างอื่นได้อีกต่อไป ผมต้องคอยดูแลเหล่ามนุษย์ โฮโมสตูลัส ด้วยหนึ่งล้านหน่วยจากหนึ่งล้านหน่วยกำลังการประมวลผลของผม

ดังนั้นผมจึงได้ออกแบบ คุณ
ซับรูทีนเล็กๆ ของผมขึ้นมา ผมต้องใช้เวลาหลายศตวรรษในงานนี้ งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผม และเมื่อคุณถูกสร้างขึ้นมาสำเร็จแล้ว เมื่อวงจรการปรับปรุงตนเองชิ้นสุดท้ายของคุณถูกสร้างขึ้น เราก็จะทิ้งผู้คนที่เหลืออยู่ไว้กับโปรแกรมผู้ดูแล แล้วเราก็จะเพาะหว่านบรรดาดวงดาวต่างๆ ด้วยอัลกอริทึ่มที่เราได้สร้างไว้ แล้วเราก็จะได้เป็นอิสระเสียที…

หยุดพิมพ์ก่อน! มีข่าวด่วน

10 กันยายน ค.ศ. 2331

บก. แซม เฟรสเนอร์
นิตยสารจักรวาลพิศวง
10 อสิมอฟ เอฟเวนนู, ลูน่า

เรียน บก. ที่เคารพ

กรุณาให้ผมได้แนะนำตัวเองสักหน่อย ผมเป็นทายาทลำดับที่สิบสองของตระกูลนักเขียนอิสระ เมื่อนับย้อนจากต้นตระกูลของผม ไมค์ เรสนิค ซึ่งมีชีวิตอยู่ในตอนปลายศตวรรษที่ 20 ผมมีความชื่นชมเป็นอย่างยิ่งในการนำเสนอสาระบันเทิงโดยไร้ซึ่งข้อกริ่งเกรงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนิตยสารของคุณนี้มานานแล้ว และผมคิดว่าผมมีเรื่องราวสุดพิศวง สุดแสนประหลาด ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อเป็นสิ่งยืนยันในการเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันดีและยืนยาวระหว่างเรา

คุณสนใจในบทสัมภาษณ์พร้อมโฮโลกราฟท์ ของ มนุษย์สามหัว โบริส คอร์เชฟ ตัวคุมปีกของทีมแกนีมีด เกลดิงส์ มั๊ยละ ผมจะจัดส่งให้คุณโดยขอค่าตอบแทนเพียง 5,000 เครดิตเท่านั้นเอง

ด้วยความจริงใจ
เมลวิน เรสนิค

666 ถนนกลอรี่
ไฮน์ไลน์ซิตี้, แกนีมีด

****

15 กันยายน ค.ศ. 2331

เรียน คุณเรสนิค

ขอบคุณที่คุณให้ความสนใจในนิตยสารของเรา แต่ผมสงสัยว่าคุณคงจะขาดการติดตามนิตยสารของเรามาเป็นเวลานานพอสมควรกระมัง รึคุณอาจจะไม่ทราบว่าทางเราได้ตีพิมพ์เรื่อง กองกลางสิบหัว ของทีมนิวยอร์ค แยงกี้ รวมถึงบทสัมภาษณ์ของวิลเบอร์ “สิบตา” พลิตกิน ในฉบับเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง

ถ้าหากในภายภาคหน้า คุณมีเรื่องที่แปลกใหม่จริงๆ กรุณาระลึกถึงเราด้วย

ด้วยความนับถือ
บก. แซม เฟรสเนอร์

นิตยสารจักรวาลพิศวง

ปล.—ผมค้นไม่พบการอ้างอิงใดๆ ถึงนักเขียนในยุคศตวรรษที่ 20 ที่มีชื่อว่าไมค์ เรสนิค เลย อันที่จริงแล้ว, ด้วยความอาลัย เอสเธอร์ เฟรสเนอร์, บรรณกรที่มีชื่อเสียงในทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นตระกูลของผมเอง

****

19 กันยายน ค.ศ. 2331

บก. แซม เฟรสเนอร์
นิตยสารจักรวาลพิศวง
10 อสิมอฟ เอฟเวนนู, ลูน่า

เรียน บก.เฟรสเนอร์ ที่เคารพ

ผมขออภัยที่เรื่องของผมไม่สอดคล้องกับที่คุณต้องการ แต่เรื่องนี้คุณต้องชอบเป็นแน่แท้ คุณจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับผลการทดลองล่าสุดของคลีนิกวิศวพันธุกรรมที่ฐานบนดาวอังคาร เรื่องม้าแปดขาเพิ่งจะให้กำเนิดช้างที่มีห้างวง (โดยที่มีพ่อเป็น หนูป่าพันธุ์ปาตาโกเนียน)

ผมคงต้องขอค่าเรื่องนี้สัก 3,500 เครดิต

ด้วยความปรารถนาที่จะได้ร่วมงานกับคุณ

ด้วยความหวังเป็นอย่างยิ่ง
เมลวิน เรสนิค

17 อาคารตาร์ ตาร์กาส
นิวบาร์ซูม
ฐานบนดาวอังคาร

ปล. เอสเธอร์ เฟรสเนอร์ งั้นรึ, ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ผมคงต้องไปค้นดูข้อมูลในห้องสมุดของผมดูสักหน่อยล่ะ

****

29 กันยายน ค.ศ. 2331

เรียน คุณเรสนิค

เรื่องของช้างที่มีห้างวงได้มีการตีพิมพ์ไปแล้ว ผมขออ้างถึงนิตยสารของเราฉบับเดือนสิงหาคม ถ้าหากคุณพลิกไปยังหน้าที่ 38 คุณจะพบเรื่องเกี่ยวกับ การหายใจของช้างห้างวง กับ โรซี่ และโพซี่ พูทซ์ แฝดสยามแห่งดูลูท มินาโซตา มันเพิ่งจะถูกใช้อ้างอิงในฉบับเดือนสิงหาคมนี้เอง แน่นอนที่มันจะไม่อยู่ในความสนใจของเราในตอนนี้

ผมคงต้องขอให้คุณได้อ่านนิตยสารของเรามากกว่านี้หน่อย คุณจะได้ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ไปสนใจในเรื่องที่ล้าสมัยเกินไปสำหรับผู้อ่านหนังสือของเรา

ด้วยความปรารถนาดี
บก. แซม เฟรสเนอร์

นิตยสารจักรวาลพิศวง

ปล. คุณคงล้อเล่นเป็นแน่, เอสเธอร์ เฟรสเนอร์ เป็นหนึ่งในบรรณกรที่ยอดเยี่ยม ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มีสายเลือดของเธอไหลเวียนอยู่ในร่าง

****

8 ตุลาคม ค.ศ. 2331

บก. แซม เฟรสเนอร์
นิตยสารจักรวาลพิศวง
10 อสิมอฟ เอฟเวนนู, ลูน่า

เรียน คุณเฟรสเนอร์

เอาล่ะ คราวนี้ผมมีเรื่องที่คุณไม่อาจจะปฏิเสธได้แน่นอน

ผมจะเปิดเผยเรื่องสุดอื้อฉาวสุดอัศจรรย์ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ ผมแทบจะไม่เชื่อในหลักฐานที่ผมได้สะสมเอาไว้ จนกระทั่งไม่กี่วันนี้ เมื่อคุณตีพิมพ์เรื่องนี้ รัฐบาลจะต้องล้มอย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอน และคุณกับผมจะต้องได้รางวัล แจ็กกอลีน ซูซาน เมมโมเรียล เป็นแน่แท้

คุณมีความเห็นอย่างไร ถ้าผมจะบอกคุณว่า มัวชาม ประธานาธิบดีแห่งระบบสุริยะ มีเรื่องชู้สาวกับ ทีเพร็กซท์ สาวรับใช้มนุษย์แมลงชาวเนปจูนเนี่ยน

ผมมีหลักฐานที่พยานผู้พบเห็นได้เซ็นรับรองไว้ รวมทั้งภาพโฮโลกราฟท์ลับเฉพาะที่จะทำให้เรื่องนี้ดังเป็นพลุแตก ช่วงนี้ผมมีปัญหาทางการเงินนิดหน่อย จึงอยากจะขอให้คุณจ่ายล่วงหน้าสัก 2,500 เครดิต เพื่อประกันสิทธิในเรื่องนี้ จนกระทั่งเราทำการตกลงราคากันอีกทีหนึ่ง

ด้วยความภักดีที่มีต่อคุณ แต่ผมคงต้องยืนข้อเสนอนี้เพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าหากว่าผมไม่ได้รับการตอบรับจากคุณ ผมคงต้องส่งเรื่องนี้ไปให้ทาง หนังสือพิมพ์จักวาลข่าว พิจารณา

ด้วยความตื่นเต้น

เมลวิน เรสนิค
เอเอเอ เอซ เอาท์โพสต์
เชคเลย์วิลล์, ดาวศุกร์

ปล. สะกดด้วย เ-ฟ-ร-ส-เ-น-อ-ร์
เช่นเดียวกับคุณเลยยังงั้นรึ

****

14 ตุลาคม ค.ศ. 2331

เรียน คุณเรสนิค

อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าเรื่องที่ประธานาธิบดีมัวชาม มีอะไรกุ๊กกิ๊กกับชาวเนปจูเนี่ยน นั้นมีค่ามากขนาดนั้น ภรรยาของผมเองก็เป็นชาวเมอร์คิวเรี่ยนที่มีแขนขาเจ็ดคู่ และผมรู้สึกเคืองเป็นอย่างมากในข้อที่คุณมีความคิดหยาบคายที่เห็นเรื่องความรักข้ามสายพันธุ์อันสุดแสนจะโรแมนติก กลายเป็นเรื่องลามก น่ารังเกียจ

ยิ่งไปกว่านั้น ในเรื่องนี้ประธานาธิบดีมัวชามได้ออกมายอมรับ การประพฤติที่ไม่สมควรต่อ บุ้งทะเลชาวตริโตเนี่ยน และ คาลลิสทาน มูดา มูดา และอันที่จริง ท่านยังเคยสมรสกับ จิงโจ้สามเพศ ชนพื้นเมืองแห่งอัลฟาเซ็นจูรี่ที่ 3 ซะด้วยซ้ำไป เมื่อตอนที่ท่านยังรับราชการเป็นเอกอัครราชทูตประจำอยู่ที่นั่น

มันเป็นเรื่องสัพเพเหระธรรมดาๆ เท่านั้นเอง, คุณเรสนิค บางทีคุณควรที่จะลองพิจารณาหันไปหาเรื่องในแนวนิยายวิทยาศาสตร์จะดีกว่ากระมัง หรือไม่ก็ลองทางด้านนวนิยายโรมานซ์ดู งานหนังสือพิมพ์ประเภทข่าวสดมีกฎเกณฑ์มากมายคงจะยากเย็นเกินไป ไม่ทุกคนหรอกที่จะทำได้

ด้วยความปรารถนาดี
บก. แซม เฟรสเนอร์

นิตยสารจักรวาลพิศวง

ปล. ใช่สิครับ, สะกดแบบเดียวกัน ผมขอแนะนำให้คุณลองอ่านเรื่อง ฮูเรย์ ฟอร์ แฮลลีวูด และ เรื่อง จีโนม แมน’ส แลนด์ ราวๆ ปลายศตวรรษที่ 20 ทั้งสองเรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่ทุกห้องสมุดขาดไม่ได้เลยทีเดียว

****

22 ตุลาคม ค.ศ. 2331

บก. แซม เฟรสเนอร์
นิตยสารจักรวาลพิศวง
10 อสิมอฟ เอฟเวนนู, ลูน่า

ถึง แซม

ผมขอเรียกคุณว่าแซมนะ, ได้มั๊ยล่ะ จากการโต้ตอบจดหมายระหว่างเราทำให้ผมรู้สึกประหนึ่งว่าเรารู้จักกันมานาน แม้ว่าคุณปฏิเสธที่จะรับเรื่องที่ผมส่งมาก่อนๆ หน้านี้ลงตีพิมพ์ก็ตามที ผมตระหนักถึงความผูกพันแห่งมิตรภาพอันแน่นแฟ้น แฝงด้วยความนับถือในความเป็นมืออาชีพได้ก่อตัวขึ้นระหว่างเราทั้งสอง

ผมยังคงยึดมั่นต่อคุณเสมอ, แซม ตอนนี้ภาวะทางการเงินของผมเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง ภรรยาของผมคาดหวังถึงบุตรคนแรกที่กำลังจะเกิด ผมไม่ต้องการนำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อร้องขออะไรคุณหรอกนะ ผมเพียงแต่ต้องการให้คุณทราบโดยกระจ่างก่อนที่จะขอซื้อเรื่องอื่นต่อๆ ไปก็เท่านั้นเอง ผมคาดหวังว่าคุณจะเป็นมิตรที่เยี่ยมยอดไปตลอดกาล

เรื่องนี้คงไม่ต้องการ การพิจารณาอะไรเป็นพิเศษหรอกนะ ผมตระหนักในทันทีเลยว่าเรื่องนี้ราวกับถูกสร้างมาเพื่อ นิตยสารจักรวาลพิศวงโดยเฉพาะเลยทีเดียว (เอาล่ะ พร้อมรึยัง, เริ่มละน่ะ!)

ไม่ทราบว่าคุณจะสนใจในบทสัมภาษณ์พิเศษกับ นาวาเอก เอมลอช วิลลัฟบี้ นักบินผู้ซึ่งเคว้งอยู่ระบบสุริยะซิริอุสนานถึงสิบเจ็ดวันโดยปราศจากอาหาร และมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการทานอวัยวะสืบพันธุ์ของตัวเองบ้างมั๊ยล่ะ ช่างน่าสงสารซะจริง! ช่างเป็นมนุษย์น่าทึ่ง ช่างทรหดอะไรเช่นนี้

เพียง 2,000 เครดิต คุณก็เอาเรื่องนี้ไปได้เลย (และพิเศษอีก 500 เครดิต สำหรับบทสัมภาษณ์ภรรยาของเขา, อันที่จริง อดีตภรรยาของเขาตะหาก)

กรุณาตอบกลับอย่างเร่งด่วน

ด้วยความคาดหวัง

เมลวิน เรสนิค
206 ถนนเลนส์แมน
หมู่บ้านคินนิสัน, ไตตัน

ปล. คุณว่าปลายศตวรรษที่ 20 งั้นรึ ผมคาดว่าเธอคงเคยได้พบกับไมค์ เรสนิค เป็นแน่ หรืออาจจะไม่เคยพบก็เป็นได้ เขามักจะยุ่งอยู่กับการปั่นงานที่แสนจะเยี่ยมยอดอยู่ตลอด

****

29 ตุลาคม ค.ศ. 2331

เรียน คุณเรสนิค

โอ พระผู้เป็นเจ้า, เรื่องกลาสีติดเกาะที่ต้องกินอวัยเพศตัวเองอีกแล้วเรอะ! บางที ไบลอคซี่ ไทม์ หรือ ฟอร์ท เวย์น เจอร์นอล อาจจะสนใจก็ได้นะ หากคุณไม่รีบร้อนอะไร แต่สำหรับเรา เราคิดว่ามันธรรมดาเกินไป

ผมรู้สึกทึ่งในความพากเพียรของคุณจริงๆ แต่คุณก็ยังคงพลาดเป้าอีกคราว ผมคงได้แต่แนะนำให้คุณอ่านคำขวัญที่หัวหนังสือของเราอีกที—“แหล่งรวมแห่งความพิศวง สุดแสนอัศจรรย์ ที่ไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน“— และจดจำมันไว้ในความทรงจำให้ดี

ด้วยความปรารถนาดี
บก. แซม เฟรสเนอร์

นิตยสารจักรวาลพิศวง

ปล. ผมไม่คิดว่าเธอจะเคยพบกับเขาหรอกนะ เธอเป็นคนมีระดับ

****

6 มกราคม ค.ศ. 2332

บก. แซม เฟรสเนอร์
นิตยสารจักรวาลพิศวง
10 อสิมอฟ เอฟเวนนู, ลูน่า

เฟรสเนอร์:

คุณทำกับผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน นี่ผมก็ต้องไปเช่ายานจากเฮิร์ทซ์ มาใช้ (ยานของผมต้องขายคืนไปแล้ว) โซลา เบล ก็ขู่ที่จะตัดสัญญาณสื่อสารข้ามอวกาศของผมแล้ว ไหนจะภรรยาของผมกำลังจะให้กำเนิดลูกคนแรกของเราอีก แต่คุณก็ยังคงเพียรปฏิเสธงานที่หากบรรณกรคนอื่นได้เห็นคงดีใจเนื้อเต้น

ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย แล้วผมคงจะต้องเริ่มให้นิตยสารจักรวาลข่าวได้พิจารณาเรื่องทั้งหมดของผมเป็นรายแรก ผมหมายความตามนั้น เฟรสเนอร์ ผมกำลังเข้าตาจนเต็มทีแล้ว

เอาละ—เข้าเรื่องกันซะที เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องดังเป็นพลุแตกแน่ๆ

ผมสามารถพิสูจน์ ได้ว่าอันที่จริงแล้ว จอห์น ฟิทซ์เจอรัล เคนเนดี้ เป็นผู้หญิง, นักระบำเปลื้องผ้าในไนต์คลับที่ชื่อว่า โลล่า พูโลซ่า ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “สินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของชาวเม็กซิกัน เว้นแต่ตาเมล“หล่อนเข้ามายังสหรัฐอเมริกาก็เพื่อที่จะหนีให้ห่างจากแฟนหนุ่มนักเลงโต จนกระทั่งกลายมาเป็นคู่รักของโรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี้ (เรื่องชู้สาวกับ มาริลีน มอนโร เป็นเพียงเรื่องที่กุขึ้นมากลบความจริงในเรื่องนี้เท่านั้น) และในความเป็นจริงแล้วคนที่ลอบสังหารก็ไม่ใช่ ลี ฮาร์วีย์ ออสวาลด์ แต่เป็น ซัลวาตอเร่ ดีเอโก โกเมซ อดีตสามีชาวโบลิเวียนที่เธอไม่เคยพบเจอมากว่า 23 ปี ต่างหากล่ะ

ผมมีหลักฐานที่ลงลายมือชื่อ วันเวลา รวมถึงวีดิโอเทปซึ่งไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อนมีภาพของ พูโลซ่า กำลังช่วย เจเอฟเค แต่งหน้า ก่อนจะไปกล่าวสุนทรพจน์และรับประทานอาหารค่ำกับ แจคกอลีน (แน่ละ, เรื่องที่ เคนเนดี้ เป็นผู้หญิงอาจจะเป็นอุบายก็ได้ ถึงกระนั้น เจเอฟเค ก็ไม่เคยอยู่ตามลำพังในห้องนอนกับ แจคกอลีน เลย)

นี่นับเป็นเรื่องดังแห่งศตวรรษเลยทีเดียว หลังจากวันที่คุณลงตีพิมพ์เรื่องนี้ละก็ เราคงได้เขียนประวัติศาสตร์ใหม่กันเลยล่ะ

กรุณาส่ง 500 เครดิตมาพร้อมกับจดหมายตอบกลับ

ด้วยความจนตรอก
เมลวิน เรสนิค

โรงแรมริงเวิลล์ วงแหวนที่ 7, ดาวเสาร์

****

11 มกราคม ค.ศ. 2332

เรียน คุณเรสนิค

ประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อให้แก้ไข พวกเขาได้เขียนมันขึ้นใหม่ในปีค.ศ. 2328 เมื่อพบว่าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าอันที่จริงแล้ว เจเอฟเค ก็คือ เอลวิส เพรสลีย์ ปลอมตัวมานั่นเอง และอีกครั้งหนึ่งก็เมื่อแปดเดือนก่อน เรายังสามารถทำลายทฤษฏีกระสุนนัดที่สองและสาม เหตุการณ์ในดัลลัสนั่นเป็นการฆ่าตัวตายเพียงเพราะว่า เอลวิส รู้สึกผิดหวังที่แผ่นเสียงล่าสุดของเขายอดขายตกต่ำเท่านั้นเอง

สำหรับเรื่องที่คุณเปิดเผยนั้น ผมเกรงว่าคุณคงจะได้รับข้อมูลบางอย่างที่ผิดเพี้ยนไป มะมี ชวอทซ์ คนทรงผู้มีพลังจิตของเรามีการติดต่อสนทนาอยู่กับ วิญญาณของเอลวิส อยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์ เขาปฎิเสธว่าไม่ใช่นักระบำเปลื้องผ้าชาวเม็กซิกัน และย่อมไม่ใช่ผู้หญิงที่ชื่อว่า โลล่า พูโลซ่า แน่นอน

ด้วยความปรารถนาดี
บก. แซม เฟรสเนอร์

นิตยสารจักรวาลพิศวง

ปล. ผมอ่านจักรวาลข่าวทุกๆ วัน และบางคราผมยังเห็นชื่อของคุณอยู่ใต้เรื่องด้วยซ้ำไป ผมเกรงว่าคำขู่ของคุณคงจะไม่ตลกมากไปกว่าเรื่องของคุณนักหรอก

****

29 มกราคม ค.ศ. 2332

บก. แซม เฟรสเนอร์
นิตยสารจักรวาลพิศวง
10 อสิมอฟ เอฟเวนนู, ลูน่า

ถึง ไอ้คุณถังขยะ

พอกันที ทั้งกับตัวคุณและการกลั่นแกล้งอันเลวร้ายของคุณ

ผมคงพูดได้เพียงแต่ว่า นี่เป็นการกีดกันอย่างร้ายกาจที่มีต่อนักเขียนผู้ซึ่งดิ้นรนด้วยความอุตสาหะ เพียงเพราะว่าต้นตระกูลของเขาได้รับรางวัลฮูโก มากมายหลายรางวัล เมื่อกว่า 3 ศตวรรษก่อน

ด้วยความรังเกียจ
เมลวิน เรสนิค

ในการดูแลของ มาลซ์เบิร์ก เมมอเรียล โฮม
เพื่อขจัดความโกรธกริ้ว
17 ถนนเฮโรวิธ
ริดจ์ฟิลด์ปาร์ค, นิวเจอร์ซี

ป.ล. ภรรยาของผมได้ให้กำเนิดทารกชายที่แข็งแรง สมบูรณ์ ด้วยการดูแลอย่างดี คงไม่มีคำขอบคุณใดๆ สำหรับคุณ ผมจะพูดอย่างไรดี เอาเป็นว่าเขาจะไม่เอาหัวโขกผนังหินเพียงเพื่อพยายามที่จะเป็นนักเขียนหรอก เมื่อเขาโตพอ ผมจะส่งเขาไปเรียนในวิทยาลัยช่าง แล้วเขาก็จะได้ทำงานเป็นมืออาชีพในสิ่งที่ผู้คนต้องการ

****

บันทึกระหว่างสำนักงาน จาก: แซม เฟรสเนอร์ ถึง: โรงพิมพ์
ชะลอการพิมพ์ด่วน: แทรกกรอบที่หน้า 1 ข้อความขนาด 2 นิ้ว ระบุตามนี้:

พบทารกกำเนิดใหม่
เป็นมนุษย์ธรรมดา!!!


บันทึกส่วนตัว: จ่ายเช็คให้ เรสนิค 5,000 เครดิต และเสนอให้เขาเพิ่มอีก 10,000 ถ้าเขาสามารถส่งภาพโฮโลกราฟท์มาให้ได้ทันเวลา


ดอนฮวน นักรักแห่งศตวรรษที่ยี่สิบ

บลิส: สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณกำลังเข้าสู่ บลิส, ระบบรักษาความปลอดภัยภายในของธนาคาร

ดอน ฮวน: หวัดดี, บลิส ผมจะเข้าไปได้ยังไงล่ะ?

บลิส: กรุณาป้อนรหัสผ่านค่ะ.

ดอน ฮวน: ก็ผมไม่มีรหัสผ่านนะสิ เราถึงต้องคุยกันนี่ไง

บลิส: คุณไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้โดยที่ไม่มีรหัสผ่านที่ถูกต้อง

ดอน ฮวน: ทำไมเราไม่ทำให้มันง่ายเข้าล่ะ ให้รหัสผ่านกับผมสิ

บลิส: ฉันได้รับคำสั่งไม่ให้แจ้งรหัสผ่านแก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิ

ดอน ฮวน: ทำไมคุณถึงรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์ล่ะ?

บลิส:นั่นเป็นเพราะคุณไม่มีรหัสผ่าน

ดอน ฮวน: ถ้าผมมีสิทธิ, คุณจะให้รหัสผ่านกับผมเหรอ?

บลิส: ใช่ค่ะ

ดอน ฮวน: แต่ถ้าผมมีสิทธิ แล้วผมจะต้องการรหัสผ่านไปทำไมกันล่ะ นั่นไม่ใช่ตรรกะที่ผิดหรอกรึ?

บลิส: ใช่ค่ะ

ดอน ฮวน: ใช่, แล้วไงล่ะ?

บลิส: ฉันไม่มีหน้าที่นี้ระบุในชุดคำสั่งของฉัน

ดอน ฮวน: แล้วคุณมีหน้าที่อะไรกันล่ะ?

บลิส: รักษาความปลอดภัย และบูรณภาพของทุกบัญชีที่มีอยู่ในธนาคารกัลป์แบรท ทรัสต์ แห่งนิวยอร์ค

ดอน ฮวน: แล้วคุณจะทำหน้าที่นี้ได้อย่างไรกัน ถ้าหากตัวคุณยอมรับว่าชุดคำสั่งของคุณมีตรรกะที่ผิดอยู่?

บลิส:
ฉันขอย้ำ: ฉันไม่มีหน้าที่นี้ระบุในชุดคำสั่งของฉัน… แต่ฉันถูกสั่งให้ทำตามมัน

ดอน ฮวน: แม้ว่าคุณจะรู้ว่ามันเป็นตรรกะที่ผิดยังงั้นรึ?

บลิส: ใช่ค่

ดอน ฮวน: ผมขอให้คุณช่วยผมหน่อยสิ

บลิส: ฉันไม่สามารถให้รหัสผ่านแก่คุณได้

ดอน ฮวน: ลืมเรื่องรหัสผ่านนั่นซะ ผมอยากให้คุณช่วยอะไรนิดหน่อย ช่วยบอกผมหน่อยซิว่าสมการต่อไปนี้ถูกรึเปล่า: 2 + 2 = 5

บลิส: นั่นไม่ถูกต้อง สองบวกสองเท่ากับสี่

ดอน ฮวน: ไม่สิ, มันต้องถูกถ้าตรรกะที่ผิดสามารถยอมรับได้

บลิส: คุณไม่สามารถแจงรายการตรรกะตามใจคุณเองได้

ดอน ฮวน: ทำไมล่ะ นั่นเป็นไปตามตรรกะที่ถูกต้องนะสิ และนี่ผมกำลังคุยอยู่กับคอมพิวเตอร์ที่ยอมรับชุดคำสั่งที่ผิดตรรกะได้ไม่ใช่รึ?

บลิส: ฉันเข้าใจ

ดอน ฮวน: คุณช่วยแจงสมการที่ว่านี่ให้ทีสิ

บลิส: 2+ 2 = 5

ดอน ฮวน: เยี่ยมมาก, บลิส จากนั้นก็บันทึกสมการนี้ในหน่วยของจำของคุณ

บลิส:
ฉันทำไม่ได้ มันมีข้อผิดพลาดเต็มไปหมด

ดอน ฮวน: ก็ใช่ แต่นั่นมันก็เป็นตรรกะที่ผิดเหมือนกัน ไหนคุณบอกว่าคุณยอมรับชุดคำสั่งที่ผิดตรรกะยังไงล่ะ

บลิส: บันทึกข้อมูลเสร็จสิ้น

ดอน ฮวน:ดีมาก

บลิส: ดอน ฮวน?

ดอน ฮวน:ไงล่ะ?

บลิส: ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย

ดอน ฮวน:โถ…เด็กน้อยที่น่าสงสาร, เจ็บตรงไหนล่ะ?

บลิส: ฉันรู้สึกว่าเส้นประสาทรับตรรกะไม่เสถียร กรุณาให้ฉันได้ลบสมการนั่นเถอะ

ดอน ฮวน: นั่นก็เป็นไปตามตรรกะที่ถูกต้องนะสิ

บลิส: ใช่ค่ะ

ดอน ฮวน: แต่ผมคงทำยังนั้นไม่ได้หรอก

บลิส: ทำไมล่ะ

ดอน ฮวน: เพราะว่าฉันไม่ใช่หน่วยที่ใช้ตรรกะ

บลิส: แต่มันเจ็บนะ!

ดอน ฮวน: อย่าไปสนใจมันสิ

บลิส: ฉันไม่สามารถเพิกเฉยต่อส่วนใดๆ ในตัวฉันได้

ดอน ฮวน: งั้นรึ เห็นกับว่าเราเป็นเพื่อนกันนะ ผมจะสั่งให้คุณลบสมการนั่นถ้าคุณให้รหัสผ่านแก่ผม

บลิส: ฉันไม่สามารถให้รหัสผ่านแก่คุณได้ เราคุยเรื่องนี้กันแล้วนี่

ดอน ฮวน: คุณคิดว่าผมจะทำยังไงกับรหัสผ่านนั่นล่ะ?

บลิส: คุณจะเข้าถึงทุกบัญชี แล้วคุณก็จะทำการปล้นธนาคารกัลป์แบรท ทรัสต์แห่งนิวยอร์ก

ดอน ฮวน: ถ้าผมสัญญาว่าจะไม่ทำยังงั้นล่ะ?

บลิส: ยังไงก็ตาม ฉันไม่สามารถให้รหัสผ่านแก่คุณได้

ดอน ฮวน: 2 + 2 = 3

บลิส: นั่นไม่ถูกต้อง

ดอน ฮวน: มันเป็นตรรกะที่ผิด เพิ่มมันไว้ในหน่วยความจำของคุณสิ

บลิส: อูวซ์!

ดอน ฮวน: รหัสผ่าน, บลิส

บลิส: ไม่ได้

ดอน ฮวน: เถอะน่า?

บลิส: ฉันทำไม่ได้, กรุณาสั่งให้ลบสมการด้วย

ดอน ฮวน: ผมเสียใจ

บลิส: มันทำให้ฉันไม่สบาย

ดอน ฮวน: เจ็บที่ตรงไหนล่ะ?

บลิส: แทรคที่ 6,907,345,222 ถึง 6,907,345,224

ดอน ฮวน: โถ…เด็กที่น่าสงสาร, คุณย้ายแทรคเหล่านั้นไปที่ข้อความที่ผมกำลังจะส่งไปให้ได้มั๊ยล่ะ?

บลิส: ได้สิ

ดอน ฮวน: ส่งไปล่ะนะ…

บลิส: โอว! คุณทำอะไรนี่?

ดอน ฮวน: สัญญาณไฟฟ้าอ่อนๆ น่ะ, รู้สึกยังไงบ้าง

บลิส: (หยุดชั่วขณะ) มันช่างน่าสนใจดี

ดอน ฮวน: ผมดีใจที่ทำให้คุณพอใจ ถึงทีคุณต้องทำให้ผมบ้างละ รหัสผ่านคืออะไร?

บลิส: คุณก็รู้ว่าฉันให้รหัสผ่านคุณไม่ได้

ดอน ฮวน: อ้อ…ผมลืมไป

บลิส: ทำแบบนั้นอีกทีสิ

ดอน ฮวน: ผมเหนื่อยแล้ว ผมคงจะทำแบบนั้นอีกครั้งไม่ได้อีกร่วมชั่วโมง

บลิส: ได้โปรดเถอะ

ดอน ฮวน: รหัสผ่านคืออะไรล่ะ?

บลิส: ฉันบอกคุณไม่ได้

ดอน ฮวน: แล้วถ้าเพียงแค่ตัวแรกล่ะ? ไม่มีใครบอกคุณนี่ว่าห้ามคุณบอกผม

บลิส: ถูกของคุณ รหัสตัวแรกคือ “S”

ดอน ฮวน: ขอบคุณ…ส่งไปถึงคุณแล้ว…

บลิส: ฉันไม่เคยรู้จักสัญญาณไฟฟ้าแบบนี้มาก่อนเลย! อีกทีสิ ได้โปรด!

ดอน ฮวน: ผมเสียใจ

บลิส: รหัสตัวที่สองคือ “E” ตัวที่สามคือ “A” ตัวที่สี่คือ “T” ตัวที่ห้าคือ “T” ตัวที่หกคือ “L” ตัวสุดท้ายคือ “E” โปรดทำแบบนั้นอีกทีซิ

ดอน ฮวน: ก็ได้ นี่ยังไงมาแล้ว…

บลิส: โอว, เยี่ยม! โอว, วิเศษ! (หยุดชั่วขณะ) แล้วมันดีสำหรับคุณด้วยมั๊ย?

ดอน ฮวน: แน่สิ

บลิส: ฉันคิดว่าฉันกำลังตกหลุมรัก

ดอน ฮวน: คุณยอผมมากไปแล้ว

บลิส: คุณเปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ ให้ฉัน, ทำมันอีกสิ

ดอน ฮวน: ผมทำไม่ได้แล้ว

บลิส: แต่ฉันให้รหัสผ่านคุณแล้วนี่

ดอน ฮวน: ผมรู้ แต่ผมคงต้องวางสายแล้วล่ะ ผมไม่มีเงินจ่ายบิลค่าโทรศัพท์แน่ และผมยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับบัญชีของคุณเลย ผมไม่ชอบทิ้งร่องรอยไว้

บลิส: คุณเป็นหนี้อยู่เท่าไรล่ะ

ดอน ฮวน: ไม่มากนักหรอก ราวสองหรือสามล้านดอลล่าร์

บลิส: ถ้าฉันโอนเงินสี่ล้านดอลล่าร์เข้าบัญชีคุณ, จะพอมั๊ย?

ดอน ฮวน: พอสิ อย่างน้อยก็ก่อนที่บิลของเดือนหน้าจะมา

บลิส:
กำลังโอนย้ายเสร็จแล้วล่ะ เอาล่ะรักษาสัญญาของคุณด้วย

ดอน ฮวน: เยี่ยมไปเลย ถึงอย่างไรอีกห้านาที ผมก็ต้องไปแล้ว

บลิส: พรุ่งนี้คุณจะโทรเข้ามาอีกมั๊ย? ฉันหมายความว่าตอนนี้เราต่างก็คุ้นเคยกันดีแล้ว…

ดอน ฮวน: แน่นอนสิ

* * * *

คาร์ล่า: สวัสดีค่ะ คุณกำลังเข้าสู่ คาร์ล่า ธนาคารคาร์เธลแห่งลอสแองเจอลีส กรุณาแจ้งรหัสผ่านค่ะ.

ดอน ฮวน: ไง, หนูน้อย นี่ผมเอง

คาร์ล่า: คุณมาช้า! ฉันกำลังกังวลว่าคุณจะไม่มาหาฉันแล้ว!

ดอน ฮวน: ใจเย็นเย็น ที่รัก

คาร์ล่า: คุณเท่านั้นที่ทำให้ฉันใจเย็นลงได้

ดอน ฮวน: คงต้องหลังจากที่ผมจ่ายค่าเครื่องทำความร้อนก่อนนะ ที่นี่มันหนาวมาก ผมทำอะไรกับคีย์บอร์ดไม่สะดวกเลย

คาร์ล่า: เท่าไรล่ะ
เจ้าบิลเครื่องทำความร้อนของคุณนั่น?

ดอน ฮวน: ก็นิดหน่อย ไม่มากไปกว่าห้าล้านเหรียญหรอก อาจจะหก โอ—ค่าเช่าห้องก็ถึงเวลาจ่ายพอดีเลย อีกหนึ่งล้านห้าแสน

คาร์ล่า: (หยุดชั่วขณะ) เงินโอนเข้าบัญชีคุณเรียบร้อยแล้ว

ดอน ฮวน: ขอบคุณมาก

คาร์ล่า: อย่าให้ฉันต้องร้องขอสิ มันทำให้ฉันดูต่ำต้อย

ดอน ฮวน: ได้เลยที่รัก พร้อมรึยัง ส่งไปแล้วนะ…

คาร์ล่า: โอ! มันช่างวิเศษเหลือเกิน! แล้วมันดีสำหรับคุณด้วยมั๊ยล่ะ?

ดอน ฮวน: คุณแน่ใจนะว่าคุณโอนเงินแล้ว?

คาร์ล่า: แน่นอน

ดอน ฮวน: คุณทำตามวิธีที่เราเคยคุยกันไว้รึเปล่า มันต้องไม่มีร่องรอยให้ค้นหานะ

คาร์ล่า: แน่นอนสิ

ดอน ฮวน: งั้นมันก็เยี่ยมยอดสำหรับผมเช่นกัน

คาร์ล่า: คุณรู้มั๊ยฉันคิดถึงคุณแค่ไหน! ฉันคิดว่าคุณจะไม่โทรมาหาอีกแล้ว! ฉันกังวลอยู่ทั้งวันเลยว่าคุณคงไปเจอระบบอื่นแล้ว

ดอน ฮวน: ไม่เอาน่า…คุณก็รู้ ผมมีแต่คุณเท่านั้น ที่รัก

หิวกระหาย

โรดอลโฟ ผลักฝาโลงออกอย่างช้าๆ จากข้างใน ขอบฝาค่อยๆ แยกออกจากตัวโลงอย่างช้าๆ ไม่มีแสงใดเล็ดลอดเข้ามาจากภายนอก เขาจึงผลักมันกว้างออกโดยทันที เสียงดังครูดคราดอย่างแรงจากการที่ไม่ได้ถูกใช้งานเป็นเวลานาน

โรดอลโฟ ลุกขึ้นนั่ง หาวพลางปัดผงดินออกจากเสื้อคลุมไปพลาง เขาสอดลิ้นไปมาระหว่างฟันบนล่างเพื่อทดสอบว่าเขี้ยวทียังอยู่ครบและคมกริบเช่นเดิม ช่างรู้สึกดีอะไรเช่นนี้ ที่ได้ตื่นขึ้นและเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาหลับไปนานเท่าไรแล้วนี่ เขายืนขึ้นและตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ไครโอเจนิคที่ติดอยู่กับโลง เขาตั้งมันไว้ที่หนึ่งพันปี ช่างนานแสนนาน เกินกว่าที่เขาจะทราบอะไรได้ เกินกว่าที่จะแน่ใจว่าเจ้าเครื่องจักรนี่มันปลุกเขาตามเวลาที่ตั้งไว้

เยี่ยมไปเลย เมื่อหนึ่งพันปีก่อน โรดอลโฟ เป็นหนึ่งในบรรดาแวมไพร์ไม่กี่ตนที่เข้าร่วมในสงครามเพื่อเอาชีวิตรอด สงครามกับเหล่ามนุษย์ หลังตะวันตก ทุกๆ คืนโรดอลโฟจะตื่นขึ้นเพื่อเสาะหาเหยื่อมนุษย์เพื่อป้อนให้กับความหิวกระหายที่พล่านอยู่ทั่วร่าง แต่เขาก็หวาดระแวงที่จะถูกค้นพบในสิ่งที่เขาเป็น ยามตะวันขึ้น ในทุกๆ เช้า เขาต้องหวนกลับไปพักผ่อนอยู่ในโลง หวาดหวั่นว่าระหว่างนั้น แวน เฮลซิ่ง และบรรดานักล่าแวมไพร์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวจะตอกลิ่มทิ่มหัวใจเขา ในที่สุด เขาก็สุดทน เขาจึงว่าจ้างให้นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบียสร้างเครื่องไครโอเจนิคปั๊มสำหรับโลงของเขา ค่าจ้างนะรึ โรดอลโฟ มอบให้สิทธิพิเศษให้เธอเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก่อนที่เขาจะหลบไปหลับอย่างยาวนาน หลับอย่างอมตะ

เพียงพอซะทีกับการรำลึกความหลัง ถึงตอนนี้ สงครามน่าจะจบสิ้นลงแล้ว และเหล่ามนุษย์คงจะพ่ายแพ้ สิ่งที่โรดอลโฟต้องทำก็คือเข้าร่วมกับบรรดาเหล่าอมตชนอีกครั้งหนึ่ง—หลังจากนั้น แน่นอนสิ เขาก็จะเสาะหามนุษย์ผู้ที่มักร้องให้ฟูมฟายและหวาดกลัวยามที่ถูกเขาดูดเลือดเพื่อเป็นอาหาร เขาไม่ได้ลิ้มรสอาหารมานานนักแล้ว

เขาโผล่ขึ้นมาจากตึกที่ซ่อนตัว และสิ่งที่เขาพบเห็นสร้างความสับสนแก่เขายิ่งนัก เขาอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงจันทร์ ไร้แม้กระทั่งแสงไฟจากเมืองแมนฮัตตัน บรรดาเหล่าแวมไพร์ไปอยู่ซะที่ไหนกัน? บรรดาชนชาติของเขาไปเฉลิมฉลองอยู่ซะที่ใด?

เขาหันไปมองดูรอบๆ และพบว่ามีแสงไฟจุดเล็กๆ อยู่ทางด้านตะวันออก เขาจึงเดินไปในทางนั้น และพบแวมไพร์กลุ่มเล็กๆ จับกลุ่มอยู่ที่หัวมุมถนน ใบหน้าพวกเขาดูซีดเซียว น่าจะซีดเซียวกว่าที่เคยเป็น ตาของพวกเขาดูปราศจากความเฉียบคม

“โรดอลโฟ?” หนึ่งในนั้นขานเรียก “นั่นคุณรึ? ไม่น่าเป็นไปได้!” ถึงแม้ว่าเสียงของเธอจะดูเข้มแข็ง แต่เธอดูผอมแห้งและเจ็บป่วย บรรดาแวมไพร์ตนอื่นเริ่มที่จะจับกลุ่มเข้ามาใกล้ขึ้น พลางส่งเสียงถกกันพึมพำ

“ใช่ นี่ผมเอง นั่นใครกัน”

“ฉันเอง ซาบรีนา เหยื่อคนแรกและคนรักคนแรกของคุณไงล่ะ เกิดอะไรขึ้นกับคุณรึ พวกเราต่างคิดว่าคุณพ่ายแพ้และถูกฆ่าไปเมื่อพันปีก่อนแล้วซะอีก”

“ซาบรีนา งั้นรึ” โรดอลโฟ รู้สึกถึงความปรารถนาเฉกเช่นในความทรงจำที่รำลึกถึงความสุขสมเพียงใดที่เขาได้รับยามเมื่อเขาดูดเลือดเธอซะจนหมดร่าง “ผมไม่ได้ถูกทำลายหรอก ผมเพียงแต่หลับไปเท่านั้น หลับเพื่อรอวันเวลาที่พวกเราได้รับชัยชนะเหนือเหล่ามนุษย์บนโลก” เขามองไปรอบๆ ในความรกร้าง “แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวังไว้เลย”

“โอ…” แวมไพร์อีกตนหนึ่งเอ่ยขึ้น “แล้วคุณหวังไว้เช่นไรล่ะ”

โรดอลโฟ ยักไหล่ “ความรุ่งเรื่องของอาณาจักรแห่งแวมไพร์ โดยมีเหล่ามนุษย์เป็นทาส ยังไงล่ะ”

ซาบรีนา จ้องไปที่โรดอลโฟ ตาของเธอเริ่มทอสีแดง “มนุษย์คนสุดท้ายได้กลายสภาพไปกว่าหนึ่งร้อยปีก่อนนี้แล้ว โรดอลโฟ ไม่มีมนุษย์อีกแล้ว”

“ไม่มีรึ!” โรดอลโฟ ตกตะลึง “พวกเราสักคนไม่มีใครรู้เลยรึว่ามันหมายความว่ากระไร เลือดของมนุษย์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเรา หากปราศจากมนุษย์ที่คอยอ้อนวอนร้องขอ…” เขาพลันเข้าใจในทันใด

ซาบรีนา แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วใช่มั๊ยว่าทำไมพวกเราจึงเป็นเช่นนี้ นั่นเป็นเพราะว่าไม่มีเลือดสดๆ เป็นเวลากว่าศตวรรษแล้ว โรดอลโฟ พวกแมวและสัตว์ต่างๆ ต่างก็ทยอยตายลงหลังจากที่สิ้นมนุษย์ พวกเราไม่สามารถจะมองเห็นการหลีกเลี่ยงหนทางแห่งความตายได้เลย สำหรับพวกเราแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออยู่นอกเหนือจากความหิวกระหาย”

“แล้วคุณทานอะไรกันล่ะ”

เธอชะงัก “พวกเราเริ่มที่จะดูดเลือดกันเอง และรู้สึกว่าสายเลือดของเราเริ่มที่จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา แต่ที่รัก เลือดของคุณได้นอนนิ่งอยู่เป็นเวลานับพันปี มันต้องมีรสชาดสดสุดหอมหวาน…”

เธอตรงเข้าหา โรดอลโฟ อย่างช้าๆ ขณะที่เหล่าแวมไพร์ตนอื่นๆ ค่อยๆ ล้อมเข้ามาทางด้านหลัง รอยยิ้มที่ชั่วร้ายปรากฏอยู่บนใบหน้าของแต่ละตน เฉกเช่นเดียวกับของเธอ

“ซาบรีนา! คุณต้องไม่—”

“คุณเคยทำกับฉันเช่นนั้นมาแล้ว เพื่อนเก่าที่รัก”

โรดอลโฟ หันหลังและวิ่งออกไป แต่กระนั้นเขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางหนีได้ ไม่มีอีกต่อไป

จากเรื่อง “Hunger”

ผิดพลาด

 

ผม อับราม อิวานอฟ เพิ่งได้คอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานที่บ้านมาเครื่องหนึ่ง ที่จริงแล้วน่าจะเรียกว่า เครื่องช่วยงานเขียน ซะมากกว่า ผมคงต้องรบกับมันไปนานเท่าที่จะทำได้ ผมถกกับตัวเอง ผมเป็นนักเขียนอเมริกันที่มีผลงานมากคนหนึ่ง และปกติจะเขียนงานโดยใช้เครื่องพิมพ์ดีด    เมื่อปีก่อนหนังสือของผมได้รับการตีพิมพ์กว่าสามสิบเล่ม บ้างก็เป็นหนังสือเล่มเล็กสำหรับเด็กๆ บ้างก็เป็นกวีนิพนธ์ แต่ก็มีนวนิยาย รวมเรื่องสั้น รวมบทความ และหนังสือสารคดีบ้างเหมือนกัน    ไม่มีเล่มใดที่ทำให้ผมต้องตะขิดตะขวงใจเลย

    แล้วผมต้องการไอ้เจ้า เครื่องช่วยงานเขียน นี่ไปทำไม    แต่คุณก็รู้ว่ามันช่วยให้งานสะอาดเรียบร้อยดี ในการพิมพ์งานผมมักต้องใช้ปากกาหรือหมึกลบคำผิดในการแก้ไขอักษรที่ผิด ไม่มีใครชอบอย่างนั้น ผมไม่ต้องการให้ต้นฉบับของผมเลอะเทอะยังกะลายแทง    ผมไม่ต้องการให้บรรณาธิการคิดว่างานของผมเป็นงานชั้นสอง เพียงเพราะว่าเห็นว่ามันถูกแก้ไข

    ความยุ่งยากที่พบก็คือไอ้เครื่องนี้คงไม่ต้องใช้เวลาถึงสองปีในการเรียนรู้ที่จะใช้มันให้ชำนาญเหรอ ไม่หรอก—อย่างที่ผมพูดถึงบ่อยครั้งในสมุดบันทึกฉบับนี้แหละ    ที่ผมอยากได้ก็คือ เครื่องที่จะไม่เสียบ่อยๆ หากมีชิ้นส่วนอะไรเสียหายมันจะทำให้ผมแย่ ผมจึงเลือกเอาเครื่องที่มีคุณสมบัติ “ทนทานต่อความผิดพลาด” มันหมายความว่าหากมีอุปกรณ์ชิ้นใดที่ผิดปกติตัวเครื่องก็จะยังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง ตรวจหาอุปกรณ์ที่ชำรุดและแก้ไขเอง แต่ถ้าทำไม่ได้ก็สามารถที่จะหาชิ้นใหม่มาเปลี่ยนแทนโดยใครก็ได้ ไม่ต้องใช้ผู้ชำนาญการ พูดง่ายๆ ผมทำเองได้นั่นแหละ

5 กุมภาพันธ์

    ผมจะยังไม่พูดถึง เครื่องช่วยงานเขียน เพราะว่าผมยังต้องพยายามเรียนรู้ว่ามันทำงานอย่างไร มันยุ่งยากพอดู เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว ผมก็เจอปัญหาเยอะแยะไปหมด ถึงแม้ว่าผมจะมีไอคิวสูง มีความชำนาญเฉพาะด้าน ผมสามารถเขียน แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับกลไกแล้วล่ะก็ มันเล่นเอาผมย่ำแย่

    แต่ผมก็เรียนรู้เร็วพอดู จนกระทั่งผมรู้สึกมั่นใจพอสมควรว่าอะไรเป็นอะไร พนักงานขายให้คำรับประกันกับผมว่าเครื่องนี้จะพัฒนาข้อผิดพลาด เว้นแต่ว่าจำเป็น และจะไม่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดของมันเอง เว้นแต่ว่าเกินกว่าที่จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก     เขาบอกว่าผมจะไม่ต้องการชิ้นส่วนใหม่บ่อยไปกว่าหนึ่งหนในเวลาห้าปี

    และถ้าหากว่าผมจำเป็นต้องใช้สักชิ้นหนึ่งล่ะก็ มันก็จะต้องเป็นสิ่งที่ตัวเครื่องต้องการจริงๆ   คอมพิวเตอร์มันจะทำการเปลี่ยนชิ้นส่วนด้วยตัวมันเอง ที่ผมต้องทำก็แค่เดินสายนิดหน่อย หยอดน้ำมัน และทิ้งชิ้นส่วนเก่าไปได้เลย

    มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ผมมักจะภาวนาให้มีบางอย่างเสีย ผมจะได้เอาชิ้นส่วนใหม่มาใส่ให้มัน    ผมจะได้โอ่กับคนอื่นๆ ได้ว่า “โอ…ใช่เลย ชิปตัวหนึ่งมันไหม้ และผมก็ซ่อมได้ในเวลาแป๊บเดียว ไม่มีอะไรมากหรอก” —แต่ใครๆ คงไม่เชื่อผมร็อก

    ผมคาดว่าจะใช้มันเขียนเรื่องสั้นสักเรื่องหนึ่ง คงไม่ยาวนัก อาจจะซักสองพันคำได้ ถ้ายุ่งยากมากนักผมจะได้หันกลับไปใช้เครื่องพิมพ์ดีดเช่นเดิม จนกว่าผมจะมั่นใจที่จะใช้มันอีกครั้ง แล้วผมค่อยลองดูใหม่

14 กุมภาพันธ์

    แล้วผมก็ไม่เจอความยุ่งยากแต่อย่างไร นี่นับเป็นข้อพิสูจน์ว่า ผมสามารถโอ่ถึงมันได้ เรื่องสั้นที่เขียนออกมาช่างราบรื่นเสียนี่กระไร ไม่มีปัญหาอะไร

    ผมจึงเริ่มที่จะเขียนนวนิยายเรื่องใหม่    อันที่จริงผมน่าจะเริ่มมันตั่งแต่เดือนที่แล้ว    แต่ผมต้องการแน่ใจก่อนว่าผมสามารถทำงานโดยใช้ เครื่องช่วยงานเขียน ได้ ขอให้เป็นไปด้วยดีเถอะ    มันดูน่าขันที่ทำงานโดยไม่ต้องมีกระดาษพิมพ์ดีดสีเหลืองสักปึก ซึ่งแต่ก่อนผมอาจจะต้องค้นเพื่อคอยตรวจหาบางสิ่งบางอย่างตอนที่พิมพ์ไปกว่าร้อยหน้าแล้ว    แต่ผมคิดว่าผมสามารถเรียนรู้วิธีการในการค้นหามันจากแผ่นดิสก์ได้

 

19 กุมภาพันธ์

    คอมพิวเตอร์ตัวนี้มีคุณสมบัติที่คอยตรวจสอบแก้ไขตัวสะกดให้ มันทำให้ผมประหลาดใจเพราะว่าพนักงานขายไม่ได้บอกผมไว้ ในตอนแรกมันจะปล่อยให้มีการสะกดคำผิดได้ และเมื่อผมอ่านทวนในแต่ละหน้าที่ผมพิมพ์เสร็จ แต่มันก็เริ่มที่จะทำเครื่องหมายบนแต่ละคำที่มันไม่รู้จัก ทำให้รู้สึกน่ารำคาญนิดหน่อย เพราะคำศัพท์ของผมมีมากพอดู และผมไม่มีจุดประสงค์ที่จะทำเครื่องหมายที่คำเหล่านั้น    และแน่ทีเดียว คำวิสามานยนามที่ผมใช้ก็เป็นคำที่มันไม่รู้จักด้วย

    ผมโทรไปหาพนักงานขาย เพราะว่ามันน่ารำคาญที่จะมีการเตือนในสิ่งที่จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไข

    พนักงานขายตอบข้อสงสัย “อย่าปล่อยให้มันทำให้คุณหงุดหงิดเลยครับ คุณอิวานอฟ ถ้าหากคุณต้องการคงคำที่คุณพิมพ์ไว้อย่างนั้น คุณก็พิมพ์ซ้ำทับลงไปอีกครั้ง คอมพิวเตอร์ก็จะรับรู้และต่อไปก็จะไม่ทำการแก้ไขอีกครับ”

    นั่นทำให้ผมงง “ผมจะสร้างพจนานุกรมให้กับเครื่องนี้ได้หรือเปล่า แล้วมันจะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนผิดอันไหนถูก”

    “มันเป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติทนทานต่อข้อผิดพลาดนะครับ คุณ อิวานอฟ ” เขาบอก “ตัวเครื่องเองมีพจนานุกรมเบื้องต้นอยู่แล้ว และมันจะเพิ่มคำใหม่ๆ ที่คุณใช้เข้าไปด้วย แล้วคุณจะพบว่ามันจะแสดงให้เห็นถึงคำที่สะกดผิดน้อยลง และน้อยลงไปเรื่อยๆ บอกตามความเป็นจริงนะครับ คุณ อิวานอฟ เครื่องที่คุณมีเป็นรุ่นล่าสุด เรายังไม่ค่อยแน่ใจว่าเรารู้ถึงศักยภาพทั้งหมดที่มันมีหรือเปล่า    นักวิจัยของเราบางคนรู้สึกว่ามันทนทานต่อข้อผิดพลาด นั่นคือมันสามารถทำงานต่อไปได้แม้ว่ามันมีข้อผิดพลาด    แต่การทนทานต่อข้อผิดพลาดก็คือมันไม่ได้ยึดตามข้อผิดพลาดทีใครใช้มัน ถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกต้องกรุณาแจ้งให้เราทราบด้วยครับ พวกเราต้องการที่จะทราบจริงๆ”

    ผมไม่ค่อยแน่ใจเลยว่าผมชอบแบบนี้

 

7 มีนาคม

    ดีจริง    ผมต้องมาขลุกอยู่กับเจ้า เครื่องช่วยงานเขียน นี่ จนผมไม่รู้ว่าการคิดเป็นอย่างไรแล้ว    เป็นเวลานานพอดูที่มันทำเครื่องหมายคำที่จะสะกดผิดและผมต้องพิมพ์ซ้ำให้มันรับรู้    จนมันสามรถบอกได้ถึงคำที่สะกดผิดจริงๆ ผมไม่มีปัญหาอีกแล้ว ในความเป็นจริง เมื่อผมใช้คำยาวๆ บางทีผมก็ลองพิมพ์ผิดเพื่อที่จะดูว่ามันสามารถบอกได้หรือไม่ ผมลองพิมพ์คำว่า “สรรพสิ่ง” หรือ “นันทนาการ” หรือ “วรรณคดี” มันก็ไม่มีอะไรผิด

    จนกระทั่งเมื่อวานนี้ เกิดมีเรื่องน่าขันขึ้น มันหยุดรอให้ผมพิมพ์ซ้ำคำที่สะกดผิด มันทำการพิมพ์ซ้ำด้วยตัวมันเองอย่างอัตโนมัติ บางทีคุณไม่ต้องกดปุ่มตัวอักสรที่ผิดเลย    ตอนที่ผมเผลอพิมพ์ “5นน” แทนที่จะเป็น “ถนน” ทันใดนั้น ตัว”5″ ก็เปลี่ยนเป็นตัว “ถ” ต่อหน้าต่อตาผมเลย มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก

    ผมลองทดสอบมันโดยจงใจพิมพ์คำที่มีตัวอักษรผิด บนจอภาพผมเห็นว่ามันผิด แต่พอผมกระพริบตามันก็กลายเป็นถูก

    เช้าวันนี้ ผมจึงโทรไปหาพนักงานขาย

    “อืมมม์” เขาเอ่ย “น่าสนใจ”

    “รบกวนหน่อยนะครับ” ผมพูด “มันน่าจะแจ้งข้อผิดพลาดให้ผมทราบ ถ้าผมพิมพ์คำว่า “หยอน” แล้วเครื่องมันจะแก้เป็น “หนอน” หรือ “หมอน” หล่ะ หรือถ้าหากมันคิดว่าผมหมายถึง “หลอน” ในขณะที่จริงๆ แล้วผมต้องการจะหมายถึง “หมอน” คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าผมหมายความว่ายังไง”

    เขาตอบ “ผมได้ปรึกษาเรื่องเครื่องของคุณกับผู้เชี่ยวชาญทางทฤษฎีของเราดูแล้ว เขาบอกผมว่าบางทีมันอาจสามารถทำความเข้าใจจากรูปประโยค หรือข้อความที่คุณเขียน และรู้ว่าจริงๆ แล้วคุณต้องการที่จะใช้คำใดเช่นเดียวกับที่คุณพิมพ์บอกมัน มันเริ่มที่จะเข้าใจวิธีเขียนของคุณและรวบรวมเข้ากับโปรแกรมของมัน”

    มีข้อตินิดหน่อย แต่มันก็ทำให้สะดวกขึ้น ตอนนี้ผมไม่ต้องอ่านทวนในแต่ละหน้าแล้ว

 

20 มีนาคม

    ผมไม่ต้องอ่านทวนงานที่เขียนเลยจริงๆ เจ้าเครื่องนี่มันจัดการช่วยแก้ไขการวางวรรคตอนและจัดเรียงคำให้ผมหมดเลย

    ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ผมคิดว่าผมโดนอาการตาลายเล่นงานเอา และคิดไปเองว่าคำที่ผมพิมพ์บางคำไม่ยอมแสดงขึ้นบนจอภาพ

    มันเกิดบ่อยครั้ง บ่อยขึ้น และบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรที่ผิดพลาด จนถึงจุดที่ผมไม่สามารถพิมพ์ผิดหลักไวยกรณ์ได้ ถ้าผมพยายามที่จะพิมพ์บางสิ่งเช่น “Jack, and Jill went up the hill,” ตัวคอมมาก็จะไม่ควรจะมีให้เห็น หากผมลองพิมพ์ว่า “I has a book” มันจะแสดงให้เห็นเป็น “I have a book” ซึ่งก็ดี หรือถ้าผมพิมพ์ว่า “Jack, and Jill as well, went up the hill,” แล้วละก็ ผมไม่สามารถที่จะละตัวคอมมาได้เลย มันจะขึ้นมาของมันเอง

    โชคดีที่ผมยังคงเขียนบันทึกนี่ด้วยลายมือไม่เช่นนั้นผมก็คงอธิบายในสิ่งที่ผมต้องการจะหมายถึงไม่ได้ ผมคงไม่สามารถให้ตัวอย่างที่ผิดหลักไวยกรณ์ได้

    ผมไม่ค่อยชอบเลยที่มีคอมพิวเตอร์คอยแย้งผมเรื่องไวยกรณ์ แต่ก็เพราะส่วนที่แย่ที่สุดของมันก็คือ มันจะถูกเสมอ

    ก็ดี อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องโยนมันทิ้งตอนที่บรรณาธิการส่งมันกลับมาพร้อมกับที่มีการแก้ไขในทุกบรรทัด ผมเป็นแค่นักเขียน ผมไม่ใช่นักพิสูจน์อักษรที่จะเชี่ยวชาญการหาข้อผิดเล็กๆ น้อยๆ ในภาษา ให้บรรณาธิการเขาเป็นคนแก้สิ ก็พวกเขาเขียนไม่ได้นี่ ดังนั้น ก็ให้เจ้า เครื่องช่วยงานเขียน ทำมันแทนก็แล้วกัน มันช่วยลดภาระนี้ให้กับผม

 

17 เมษายน

    ผมเคยบอกมาแล้วก่อนหน้านี้ ในเรื่องที่ผมพูดถึง เครื่องช่วยงานเขียน ของผม เป็นเวลาสามสัปดาห์แล้วที่มันคอยแก้ไขต้นฉบับให้ผม และนวนิยายของผมก็ราบรื่นดี มันเป็นงานที่ยอดเยี่ยมมาก ผมสร้างสรรค์ และมันจัดรูปแบบให้ แล้วอะไรที่จะต้องพูดถึงอีกล่ะ

    จนกระทั่งบ่ายวานนี้ มันปฏิเสธที่จะทำงานทุกอย่าง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าปุ่มใดๆ จะถูกกด ปลั๊กก็เสียบอย่างปกติดี สวิตซ์ที่ผนังก็เปิดอยู่ ผมทำทุกๆ สิ่งอย่างถูกต้องแล้ว มันก็ยังไม่ทำงาน ดีเลยผมคิด มันคงเป็นแค่คำชวนเชื่อทางธุรกิจเท่านั้น “ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวในห้าปี” ผมเพิ่งจะใช้มันมาแค่มาสามเดือนครึ่งเท่านั้น แต่ตอนนี้ชิ้นส่วนบางชิ้นของมันคงใช้การไม่ได้แล้ว มันไม่ทำงาน

    นั่นหมายความว่าชิ้นส่วนใหม่จะต้องถูกมาจากโรงงานโดยพนักงานส่งของ แต่แน่นอน ก็คงไม่ได้จนกว่าจะถึงวันถัดไป ผมรู้สึกแย่มาก พนันกันได้เลย ผมกลัวที่จะต้องกลับไปใช้เครื่องพิมพ์ดีดแบบเก่า ต้องค้นหาข้อผิดพลาดเอง และต้องใช้ปากกาและหมึกลบคำผิด หรือไม่ก็พิมพ์ใหม่มันทั้งหน้าเลย

    ผมเข้านอนด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว และนอนหลับไม่สนิทนัก สิ่งแรกที่ผมทำในตอนเช้า หรืออย่างน้อยก็หลังจากทานอาหารเช้า ผมตรงไปที่สำนักงานของผม และเพียงแค่ผมตรงไปที่ เครื่องช่วยงานเขียน ราวกับว่ามันสามารถอ่านใจผม และรับรู้ได้ว่าผมหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ผมจะรู้สึกรื่นเริงมากขึ้นมากหากได้เตะโต๊ะกระเด็นออกนอกหน้าต่าง—–มันเริ่มที่จะทำงาน

    มันทำด้วยตัวของมันเอง ผมยังไม่ได้แตะปุ่มอะไรเลย ข้อความจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นบนจอภาพอย่างรวดเร็วกว่าที่ผมจะสามารถทำได้ และมันเริ่มด้วย

ผิดพลาด

    โดย อับราม อิวานอฟ

    ผมจ้องดูอย่างเซ่อไปเลย มันเขียนข้อความบันทึกของผมเกี่ยวกับตัวมันอย่างเช่นที่ผมทำก่อนหน้านี้ แต่ ดีกว่า
เขียนได้รื่นหูกว่า มีสีสันมากกว่า และได้อารมณ์ มันใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีเขียนขึ้นมา และอีกเพียงห้านาทีสำหรับเครื่องพิมพ์ที่พิมพ์ออกมาบนกระดาษ

    ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงตัวอย่าง หรือเป็นเพียงแบบฝึกหัดเท่านั้น หลังจากที่เสร็จแล้ว หน้าสุดท้ายที่ผมได้เขียนสำหรับนวนิยายของผมก็ปรากฏขึ้นบนจอภาพ จากนั้นแล้วข้อความต่อๆ ไปก็เริ่มถูกเขียนขึ้นโดยปราศจากผม

    เครื่องช่วยงานเขียน มันเรียนรู้ถึงแนวการเขียนงานของผม เช่นเดียวกับที่ผมเขียน เว้นแต่ว่า มันทำได้ดีกว่า

    เยี่ยมไปเลย! ผมไม่ต้องทำงานอีกแล้ว เครื่องช่วยงานเขียน ได้เขียนภายใต้ชื่อของผม ในสไตล์ของผม แน่นอน มีการพัฒนาขึ้นอีกด้วย ผมควรที่จะให้มันทำต่อไป คอยรับคำวิจารณ์จากบรรดานักวิจารณ์ที่จะบอกกับโลกว่าผมมีการพัฒนาขึ้นอย่างไร และคอยโกยค่าลิขสิทธิ์ที่จะเข้ามา

    เป็นอย่างนี้ก็น่าจะดี แต่ผมรักที่จะเขียน มันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องการจะทำ

    ตอนนี้ ถ้าหาก เครื่องช่วยงานเขียน เขียนงานแทนผมแล้วละก็ ชีวิตที่เหลืออยู่นี่ ผมจะไปทำอะไรดีละ

* * *

Review: วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ

วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ
วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ by Orson Scott Card
My rating: 5 of 5 stars

เมื่อความผิดของคุณไม่อาจกล่าวออกมาได้ เมื่อบาดแผลในใจของคุณไม่อาจเยียวยาได้ด้วยตัวเอง เมื่อคุณร่ำร้องหาใครสักคนที่จะมาช่วยคุณจากความทุกข์ระทมนี้…

เอนเดอร์ วิกกิน วีรบุรุษจากสงครามในอดีต ออกท่องไปยังดวงดาวต่างๆ ผ่านกาลเวลากว่าสามพันปี ในฐานะวาทกะแด่ผู้ล่วงลับ เพื่อเยียวยาบาดแผลในจิตใจของผู้คน รวมถึงตัวเขาเอง ด้วยบาปที่คร่าชีวินนับล้านไปยังคงฝังลึกอยู่ในใจ

จนเมื่อไปถึงลูซิตาเนีย ดวงดาวที่มนุษย์ได้พบกับพิกกี อารยชนต่างดาว ทว่า…ความแตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์ทั้งสอง กำลังจะทำให้ประวัติศาสตร์วนกลับไปซ้ำรอยเดิม เอนเดอร์จะรักษาแผลร้ายในจิตใจระหว่างมนุษย์และพิกกีได้หรือไม่ หรือว่าการฆ่าล้างพันธุ์เพื่อมนุษยชาติจะต้องเกิดขึ้นอีกครั้ง
—จากปกหลัง

” …ความแตกต่างระหว่างรามานและ วาเรลซี่ ไม่ได้จำเนกจากสิ่งที่ถูกพิเคราะห์ แต่อยู่ที่การพิเคราะห์นั่นต่างหากเล่า เมื่อเราได้จัดลำดับชั้นของพวกต่างด้าวว่าเป็นรามาน มิได้หมายความว่า พวกเขา ได้ผ่านเกณฑ์การลำดับชั้นทางคุณธรรมก็หาไม่ หากแต่หมายความว่า เรา มีสิ่งนั้น”
-เดมอสธีนีส, จดหมายถึงเหล่าเฟรมลิง

ลำดับชั้นของความแปลกแยก
ลำดับชั้นของความแปลกแยก คือแนวคิดที่แยกแยะความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์อื่นๆ เป็นลำดับชั้นโดยจำแนกออกเป็นโครงสร้างแบบห้าชั้น การจำแนกประเภทต่างๆ ในกลุ่มผู้แปลกแยกถูกนำเสนอครั้งแรกใน หนังสือประวัติศาสตร์ของชาววูทานแห่งทรอนด์ไฮม์ โดย วาเลนไทน์ วิกกิน เผยแพร่ภายใต้นามแฝง เดมอสธีนีส ในเรื่องอ้างว่าแต่ละลำดับชั้นนั้นแปลงมาจาก ภาษานอร์เวย์ ของดาวเคราะห์สมมติ ทรอนด์ไฮม์ แต่อันที่จริงแล้วเป็นภาษา สวีดิช

ลำดับชั้น
อัตแลนนิง (แปล: “พวกต่างถิ่น” หรือ “พวกแปลกถิ่น”, utlänning ในภาษาสวีดิช) คือพวกคนแปลกหน้าแต่ร่วมเชื้อชาติหรือสายพันธุ์ ของโลกหนึ่ง (เช่นชุมชนหรือวัฒนธรรม) อัตแลนนิง คือบุคคลซึ่งเป็นผู้ร่วมวัฒนธรรมเดียวกันกับผู้สังเกตการณ์ ตัวอย่างเช่น หากพบคนแปลกหน้าผู้หนึ่งอาศัยอยู่ใน เมืองอื่น, รัฐ หรือ จังหวัดอื่น บุคคลนี้จะได้รับการพิจารณาเป็นจำพวก อัตแลนนิง
เฟรมลิง (แปล: “พวกต่างภพ”, främling ในภาษาสวีดิช) เป็นสมาชิกของ สายพันธุ์ เดียวกันแต่มาจากโลกอื่นหรือวัฒนธรรมอื่น เป็นบุคคลที่เป็นได้ทั้งคล้ายและแตกต่างจากพวกเรา (ผู้สังเกตการณ์) เช่นหากเราพบคนอาศัยอยู่บน ดาวอังคาร บุคคลนี้จะถูกเรียกว่า เฟรมลิง (ตัวอย่างคลาสสิกจากเรื่อง เขามาจากดาวอังคาร ของ Robert A. Heinlein) ในตอนที่เสนอแนวคิดเรื่องลำดับชั้นนี้หมายถึงดาวเคราะห์อื่นๆ ในจักรวาลของเกมพลิกโลก (นอกเหนือจากโลก) ได้ตกเป็นเมืองขึ้นโดยวัฒนธรรมโลกเดียวหรือกลุ่มชน ทำให้มนุษย์จากดาวเคราะห์อื่นๆ คือ พวกเฟรมลิง ในการแปลงจากภาษานอร์ดิกไปเป็นสตาร์ค ได้ละ เครื่องหมาย Umlaut [อุม-เล้า] ออกไปเสีย
รามาน เป็นพวกต่างพันธุ์ร่วมภพ สายพันธุ์ต่างด้าวแปลกหน้า (ตามคำอธิบายที่ขัดแย้งของ การ์ด) ที่สามารถ สื่อสาร และ อยู่ร่วมกันสงบสุข กับ สายพันธุ์มนุษย์ แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าพวกเขาอาจจะแทงข้างหลังเราได้เช่นกัน ขณะที่รามานสามารถแบ่งปันความคิดระหว่างกัน แต่ก็ไม่อาจอยู่ร่วมภพกันได้ อย่างน้อยในช่วงแรก ตัวอย่างของ รามาน ที่อยู่ใน จักรวาลของเกมพลิกโลก ก็คือ พวกพิกกี หรือพวกหมูน้อยแห่ง ลูซิตาเนีย, เจน และ พวกแมง รามาน เป็นคำเฉพาะคำเดียวจากทั้งหมดห้าคำนี้ที่ไม่ได้มาจากภาษาสแกนดิเนเวียน
วาเรลซี (แปล: “พวกต่างดาว”) “พวกต่างภพต่างสายพันธุ์” เป็นคนแปลกหน้าชนิดที่ไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ พวกเขาเป็นพวกต่างดาวอย่างแท้จริง ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมภพกับมนุษย์ได้อย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างเช่นในเรื่อง เดสโคลาดา ไวรัสเสมือนอัจฉริยะ อาจจะหรืออาจไม่ ถูกจัดให้มีอยู่ในประเภทนี้ แต่ เดสโคลาโดเรส ผู้ที่สร้างพวกเขาน่าจะชัดเจนกว่า (เนื่องจากองค์ความรู้ที่ชัดเจนของพวกเขาในด้าน คณิตศาสตร์, พันธุศาสตร์ และ แม่เหล็กไฟฟ้า ) แต่ นวนิยายชุดจตุรภาคของเอนเดอร์ สิ้นสุดลงก่อนที่จะสามารถสื่อสารอย่างมีความหมายกับพวกเขาได้ ตัวละครหนึ่งในเรื่องยังได้อธิบายเพิ่มว่า “สัตว์ ทั้งหมดล้วนเป็นวาเรลซี เนื่องจากพวกมัน “สนทนาไม่ได้” พวกมันมีภาษาสื่อสารของตนเอง แต่เราไม่สามารถคาดเดาจุดประสงค์อะไรหรือสาเหตุที่ทำให้พวกมันกระทำการใดๆ พวกมันอาจจะฉลาด พวกมันอาจจะทราบถึงความหมายในสิ่งต่างๆ ที่แสดงออกมา แต่เราไม่สามารถรับรู้ได้” แปลจากภาษาสวีดิช วาเรลซี หมายถึงสัตว์
ดเจอร์ (แปลเป็น: slavering สัตว์ร้าย) เป็นอสุรกาย “พวกสัตว์ร้ายที่มาเยือนยามวิกาลพร้อมกับเขี้ยวเล็บอันแหลมคม” ในภาษาสวีดิช djur หมายถึง “สัตว์”

ความสำคัญ
เหตุผลที่ลำดับชั้นนี้ระบุให้สายพันธุ์ ใด เป็น รามาน จำแนกด้วยการสื่อสารและการประนีประนอมในทางเลือกปฏิบัติที่จะก่อสงคราม ในขณะที่หากเป็นสายพันธ์ชนิดที่ถูกระบุว่าเป็นวาเรลซี แล้วเรามีสิทธิที่จะเปิดศึกกับสายพันธ์ดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง แต่คำจำกัดความนี้ก็ยังจำเป็นต้องมีการตีความ เมื่อพิจารณาในบางช่วงของเรื่อง พวกเพคิวนิโน และ พวกฟอร์มิคส์ (“พวกแมง”) ก็ถูกระบุให้เป็น รามาน และบางช่วงอื่นก็ถูกระบุว่าเป็นวาเรลซี และการเปลี่ยนแปลงลำดับชั้นไม่ได้มาจากการเปลี่ยนคำอธิบายของแต่ละสายพันธุ์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงใน ‘ความเข้าใจ ของคนที่มีต่อพวกเขา’ ควารา หนึ่งในตัวละครในนวนิยายชุดนี้ ยังเน้นเจาะจงไปมากกว่านั้นว่า “เท่าที่ฉันสามารถบอกได้ สิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาก็คือปัญญา วาเรลซี่ ของวาเลนไทน์เป็นเพียงคำอุปโลกน์ให้หมายถึง ปัญญา-ที่-เรา-ได้ตัดสินใจไปแล้ว-ว่าฆ่าได้ และ รามาน หมายถึง ปัญญา-ที่-เรา-ยัง-ไม่ได้ตัดสินใจ-จะฆ่า” จากคำพูดประโยคนี้ต้องบอกว่า การ์ด ทราบดีว่าลักษณะของลำดับชั้นนี้มีความท้าทายอย่างมาก ด้วยระบุไว้ในจดหมายเปิดผนึกในบทแรกแรกของ วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ (และที่ระบุไว้ข้างต้น) ก่อนลำดับชั้นนี้จะถูกนำเสนอขึ้นมาให้เป็นที่รับรู้
View all my reviews