คลังเก็บหมวดหมู่: Space Colony & Adventure

The Dispossessed ผู้ครองฟ้า

โดย เออร์ซูลา เค. เลอ กวิน Ursula K. Le Guin
ที่มา: http://bestsciencefictionbooks.com/top-25-best-science-fiction-books.php
ลำดับที่ 4 จาก 25 นิยายวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด ของเว็บไซต์ http://bestsciencefictionbooks.com รางวัลชนะเลิศ: NEBULA (1974), HUGO (1975), Locus SF (1975) การเสนอชื่อชิงรางวัล: CAMPBELL (1975)

ผู้ครองฟ้าThe Dispossessed หรือในชื่อฉบับแปลภาษาไทยว่า “ผู้ครองฟ้า” ได้รับการยกย่องว่าเป็นแนวทางใหม่ในการเขียนวรรณกรรมโลกยูโทเปีย แต่เมื่อเราอ่านบทตามที่ปรากฏในหนังสือ: “An Ambiguous Utopia”  ซึ่งวิเคราะห์ไว้ว่า เลอ กวิน ไม่ได้นำเสนออย่างตรงไปตรงมาถึงสังคมต่าง ๆ ที่ปรากฎอยู่ในนวนิยายของเธอ  แต่กลับมักจะบรรยายไว้ด้วยอย่างคลุมเครือ และละเอียดอ่อน ด้วยสำนวนที่ละมุนละไม ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมประการหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นสุดยอดนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง

บนดาวเคราะห์เออร์ราส มีระบบสังคมสะท้อนให้เห็นถึงในช่วงเวลาที่ เลอ กวิน กำลังเขียนนวนิยาย ในเรื่องนี้มีรัฐหนึ่งชื่อว่า เอ-ไอโอ (A-Io) ซึ่งทำให้เราต้องหวนระลึกถึงสังคมทุนนิยมของสหรัฐฯ และอีกรัฐหนึ่งนามว่า ธู (Thu) ซึ่งมีลักษณะบางอย่างที่เป็นลัทธิคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต  ในทางตรงกันข้ามกันนั้น บนดวงจันทร์อนาเรส กลับมีสังคมอนาธิปไตยที่มีรากฐานมาจากคำสอนของโอโด   แต่ทว่าเราไม่ควรมองว่า อนาเรส เป็นสังคมแบบยูโทเปีย สังคมนี้ยังคงมีข้อจำกัดอีกหลากหลายประการซึ่ง เชอร์เวค ตัวเอกของเรื่องค้นพบ

เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามปฏิวัติสร้างทฤษฎีเวลาแบบใหม่ เขาเผชิญข้อจำกัดว่างานของเขาจะก้าวหน้าไปได้อย่างไรบนดาวอนาเรส   ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปเออร์ราส เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิทยาศาสตร์ที่นั่น แต่ก็พลันพบเพียงว่าเขาเผชิญข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไปเพียงเท่านั้น

ในแต่ละบท เราได้ติดตามเรื่องราวของ เชอร์เวค ทั้งบนดาวอนาเรส และ เออร์ราส เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หนึ่งมักสะท้อนอยู่ในเหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กัน เพื่อให้เราสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของสังคมต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความบริสุทธิ์ของสังคมอนาธิปไตยถูกนำเสนอในเชิงบวกมาก แต่เราก็ยังคงเห็นข้อดีหลายประการสังคมทุนนิยม และคอมมิวนิสต์ของเออร์ราส

ทำไมถึงได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Top 25
เป็นงานที่เขียนขึ้นมาได้อย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยข้อคิดต่าง ๆ มากมายที่ทำให้เราต้องย้อนมอง และประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการเมืองที่ต่างออกไป   ในนวนิยายเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญของนิยายวิทยาศาสตร์ในฐานะวรรณกรรมทางด้านความคิดซึ่งมักจะไม่ค่อยได้รับรางวัล Hugo, Nebula and Locus Awards มากนัก

ทางเลือกอื่น
สำหรับเรื่องราวในแนวนี้ ถ้าหากคุณต้องการอ่านเรื่องอื่นอีก เราก็ยังคงเสนอผลงานอื่น ๆ ของ เลอ กวิน เพื่อเป็นทางเลือกในการอ่าน  เออร์ซูลา เลอ กวิน สมควรได้รับคำยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในนิยายวิทยาศาสตร์ แทบจะเป็นไปได้ยากที่จะเลือกเรื่องที่ดีที่สุดในหนังสือของเธอทั้ง The Dispossessed และ The Left Hand of Darkness  ต่างก็เป็นหนังสือที่ได้รับรางวัล Hugo and Nebula Awards และนิตยสาร Locus ได้จัดเป็นอันดับที่สองในรายการ All-Time Best SF Novels The Left Hand of Darkness  ก็เป็นส่วนหนึ่งของ วัฏจักรไฮนิช (Hainish Cycle) เช่นเดียวกับ The Dispossessed และยังมีความรุนแรงทางการเมืองที่รุนแรงมาก แม้ว่าในกรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเด็นทางด้านเพศ ตั้งอยู่บนดาวเคราะห์ที่เรียกว่าฤดูหนาว อธิบายถึงสังคมของคนที่มีสภาวะเพศเป็นกลาง และจะใช้ลักษณะทางเพศเพียงแค่เดือนละครั้งในเวลาที่รู้จักกันว่า เคมเมอร์


เออร์ซูล่า เค. เลอ กวิน
นักเขียนนวนิยาย
Ursula K. Le Quin

อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป

จาก Search Light โดย Robert A. Heinlein
แปลโดย พิสนธ์ จงตระกูล

เมื่อเด็กหญิงอัจฉริยะนักเปียโนตัวน้อยได้รับภารกิจจากโลกมนุษย์ไปยังดวงจันทร์เพื่อปลอบขวัญเหล่าผู้บุกเบิกอวกาศบนฐานดวงจันทร์  ต้องประสบเหตุฉุกเฉินหายสาบสูญไป…
ทั้งโลกทั้งดวงจันทร์ต่างถูกกดดันทั้งทางการเมืองและสังคมให้พลิกพื้นดวงจันทร์เพื่อค้นหาเธอและนักบินอวกาศให้พบภายในหกชั่วโมง   พวกเขาจะทำได้แค่ไหน และอย่างไรกัน…

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

“เธอจะได้ยินไหมหนอ?”

“ถ้าเธออยู่บนผิวดวงจันทร์…   ถ้าเธอสามารถออกจากยานได้… ถ้าวิทยุของเธอยังใช้การได้ และเปิดมันทิ้งไว้…ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่…”

แต่ไม่มีสัญญาณใดๆ หรือภาพของยานบนจอเรดาร์เลย

“ที่นี่ ฐานไทโค คำสั่งด่วนให้สถานีอวกาศเตรียมพร้อม เราจะต้องหาเธอให้พบ เปลี่ยน”

คำตอบ เว้นระยะไปนานถึง 3 วินาที… จากวอชิงตันไปดวงจันทร์ และย้อนกลับมา

“ที่นี่ ฐานลูนาร์ ผู้บังคับการกำลังพูด เปลี่ยน”

“ผู้บังคับการ! ผมขอให้คุณส่งคนของคุณทุกคนบนดวงจันทร์ออกตามหา เบธ”

อ่านเพิ่มเติม อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป

ไม่ได้ด้วยเล่ห์…

จาก LOOPHOLE  โดย Arthur C. Clarke
แปลโดย ประการ จารุวัฒน์

1946_april_ASF_cover
ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1940 นิยายวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้เป็นที่นิยมในอังกฤษ และจิตวิญญาณของมันยังคงอยู่ที่สหรัฐอเมริกา  อาเธอร์ ซี คล้าก ได้ขายเรื่องสั้นแรกๆ ให้กับ จอห์น ดับบลิว แคมแปลล์ แห่งนิตยสารแอสเตาดิ้ง ((ต่อมาก็คือ นิตยสารอนาล็อก) ในช่วงเดือนแห่งสงครามที่กำลังสิ้นสุดขณะที่คล้ากยังคงรับราชการทหารในแอร์ฟอร์ซ   เรื่องแรกที่เขาซื้อไปก็คือ ‘Rescue Party’ กระนั้น ‘Loophole’ ก็ได้ขายไปในเวลาหลังจากนั้นไม่นานนัก แต่ได้รับการตีพิมพ์ก่อน   ในช่วงที่ขายไปนั้น (ปีค.ศ. 1945) คล้ากยังประจำการอยู่ข้างนอก สแตรทฟอร์ด-ออน-เอวอน และยังคงจำถึงปรากฏการในวาระนั้นได้ดี

Loophole’ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารแอสเตาดิ้ง ซายน์-ฟิคชั่น ฉบับเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1946 (พ.ศ.2489 ) ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย ประการ จารุวัฒน์ ในชื่อเรื่อง “ไม่ได้ด้วยเล่ห์…”  ตีพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้น “ออบิท 4 ซากสงคราม” ของกลุ่มออบิท ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2522  และอีกหนึ่งสำนวนในชื่อ “ช่องโหว่” โดยนพดล เวชสวัสดิ์ ตีพิมพ์ในนิตยสารชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ฉบับที่ 208 เดือนตุลาคม พ.ศ.2530  และตีพิมพ์ซ้ำหนังสือชุด 100 เรื่องสั้นนิยายวิทยาศาสตร์ “รัตติกาล” โดยบริษัทเซ็นเตอร์ ดิสคัฟเวอรี ในปี พ.ศ. 2542


อ่านเพิ่มเติม ไม่ได้ด้วยเล่ห์…

ผู้ชนะ THE AWAKENING   

 ‘The Awakening’ เรื่องสั้นของ อาเธอร์ ซี คล้าก ที่ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกโดยแฟนคลับชาวแมนเชสเตอร์ที่มีชื่อว่า แฮรรี่ เทอร์เนอร์ และ มาเรียน อีดี้ ในแฟนซีนชื่อ นิตยสารเซนิต ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 1942 (พ.ศ.2485 ) และต่อมาได้มีการเขียนปรับปรุงและตีพิมพ์อย่างแพร่หลายในนิตยสารฟิวเจอร์ในฉบับเดือนมกราคม ปีค.ศ.1952 (พ.ศ.2495)    เรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย พิมพ์ดวง ในชื่อเรื่อง “ผู้ชนะ.”  ตีพิมพ์ในนิตยสารโลกวิทยาศาสตร์ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2525

อ่านเพิ่มเติม ผู้ชนะ THE AWAKENING   

มนุษย์ดาวอังคารสำรวจโลก

51qWeAkIEqL._SX309_BO1,204,203,200_

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลการสํารวจโลกของมนุษย์ดาวอังคาร  ซึ่งส่วนหนึ่งของรายงานชิ้นนี้เพิ่งจะถูกนำมาถอดรหัสเพื่อให้คณะกรรมการโบราณคดีระหว่างดาวเคราะห์ได้นำไปศึกษาจากเรื่องราวของรายงานส่วนนี้มันทําให้เราต้องเกิดความทึ่งในสิ่งซึ่งไม่มีผู้ใดเคยคาดคิดมาก่อนว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นบนดาวอังคารเพราะมันให้ความกระจ่างแก่เราว่าครั้งหนึ่งบนดาวอังคารเคยมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์พอๆ กับโลกในปัจจุบัน   แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ดาวอังคารนั้นต้องจบสิ้นในตอนปลายของยุคยูเรเนียม (Late Uranium Age) ของความเจริญบนดาวอังคารซึ่งเป็นเวลาประมาณกว่าพันปีก่อนที่พระเยซูจะประสูติ

เป็นที่เชื่อกันว่าการถอดรหัสส่วนหนึ่งของรายงานนี้มีความแน่นอนและมีเหตุผลมากแม้จะมีบางส่วนที่ต้องเดาหรือคาดคะเนเอาเองบ้างก็ตามเพื่อความสะดวกที่จะให้เราเข้าใจเรื่องราวของรายงานนี้ได้ง่ายขึ้นผู้แปลจึงเปลี่ยนศัพท์เฉพาะที่ใช้บนดาวอังคารทั้งหมดเป็นศัพท์ที่เราใช้บนโลกของเราแหละต่อไปนี้ก็เป็นรายงานส่วนนั้น…

อ่านเพิ่มเติม มนุษย์ดาวอังคารสำรวจโลก

ไฟประลัยกัลป์

Screenshot-Opening-TheStar-TwilightZone-episode

อีกสามพันปีแสงก็จะไปถึงวาติกัน ครั้งหนึ่งผมเคยเชื่อว่าอวกาศไม่มีพลังอำนาจเหนือศาสนาอย่างที่เคยเชื่อว่าสวรรค์คืองานสร้างสรรค์ของพระเจ้า   ตอนนี้ผมได้เห็นงานสร้างสรรค์ของพระองค์แล้ว และความเชื่อถือของผมก็กำลังถึงจุดเสื่อมถอย ผมจ้องมองไม้กางเขนที่แขวนอยู่บนผนังห้องพักเหนือเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นมาร์คVI   เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่รู้สึกว่าไม้กางเขนไม่มีความหมายแต่อย่างใด

ผมยังไม่ได้บอกใคร   แต่ความจริงต้องถูกเปิดเผยในไม่ช้า ความจริงทั้งหมดอยู่ที่นั่นเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน มันถูกบันทึกไว้ในแถบแม่เหล็กพร้อมรูปภาพอีกหลายพันรูปที่เรานำกลับไปยังโลก บรรดานักวิทยาศาสตร์คงแปลความหมายมันได้โดยง่ายอย่างที่ผมทำได้ และผมไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้กับการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความจริงที่มักจะทำให้ชื่อเสียงของผมพังทลายเช่นในวันก่อนๆ

พวกลูกยานต่างรู้สึกเศร้าซืม ผมยังสงสัยว่าพวกเขาทนต่อเรื่องนี้ได้อย่างไร   ในพวกเขาสองสามคนมีความเชื่อในศาสนา แต่ไม่มีใครสักคนอยากที่จะใช้อาวุธชิ้นสุดท้ายต่อต้านผมโดยการก่อสงครามส่วนตัวตามความรู้สึกที่ดีแต่ค่อนข้างเคร่งเครียดซึ่งคงดำเนินไปตลอดเส้นทางจากโลก   มันทำให้พวกเขาขบขันที่มีเยซูอิต[1]เป็นหัวหน้านักดาราศาสตร์ ดังเช่นด๊อกเตอร์แซนด์เลอร์เป็นตัวอย่าง เขาไม่เคยลืมเรื่องนี้ (ทำไมพวกหมอถึงมักไม่เชื่อถือในพระเจ้าอย่างนี้) บางครั้งเขาจะมาพบผมที่ห้องสังเกตการณ์จุดที่มีแสงไฟมัวซัวเพื่อปล่อยให้ดวงดาวส่องประกายระยับ   เขาจะเดินมาหาผมด้วยท่าทางซึมเซาแล้วยืนจ้องออกไปนอกแท่นรูปไข่ขนาดใหญ่ระหว่างที่สวรรค์ค่อยๆ คืบคลานรอบเราอย่างเชื่องช้าขณะยานหมุนไปรอบๆ แกนเอียงของโลกที่มนุษย์ไม่เคยคิดใส่ใจแก้ไข

อ่านเพิ่มเติม ไฟประลัยกัลป์

ปฐมภพ

intast_4905คุณแน่ใจได้อย่างไรว่า นักประวัติศาสตร์จะสามารถแยกชัยชนะกับความปราชัยออกจากกันได้ในทุกกรณี ต่อให้เป็นมืออาชีพก็เถอะ”   กุสตาฟ สไตน์ เอ่ยถามขึ้นอย่างเยาะๆ พลางบรรจงเช็ดหนวดเรียวงามซึ่งออกจะเป็นสีเทากลายๆ เหนือริมฝีปาก   ตัวของเขาเองนั้นเป็นเพียงผู้ชำนาญทางสรีรวิทยา มิใช่นักประวัติศาสตร์   หากแต่คู่สนทนาของเขาต่างหากที่เป็นนักประวัติศาสตร์

อพาร์ทเมนต์ของสไตน์นั้น ถ้าวัดกันด้วยมาตรฐานของโลกแล้วก็นับว่าหรูหรามาก  แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ยังขาดที่ทางที่เป็นสัดเป็นส่วนเหมือนกับของพวกชาวภพรอบนอก  ทั้งนี้เพราะมีหน้าต่างที่ผู้อยู่อาศัยสามารถมองออกไปเห็นปรากฏการณ์สามัญของโลกนั่นก็คือภาพของเมืองใหญ่ๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนแออัดยัดเยียดกันทั่วไป ที่จริงแล้ว อพาร์ทเมนต์ของเขายังนับว่าขาดอะไรๆ อีกตั้งหลายอย่าง แม้แต่สิ่งที่จำเป็นต่อการใช้สอย เช่นยังไม่ได้รับโควตาให้มีหุ่นยนต์สมองโปสิตรอนเอาไว้ใช้งาน   พูดโดยรวมๆ แล้วมันยังขาดความภูมิฐานและความเพียบพร้อมในตัวเองบางประการ     เช่นเดียวกับทุกๆ อย่างบนโลก มันเป็นเพียงส่วนย่อยๆ ของชุมชนเท่านั้น แต่สไตน์ซึ่งเป็นชาวโลกโดยกำเนิดก็คุ้นเคยกับมันดี และเมื่อเทียบกับอพาร์ทเมนต์ทั่วๆ ไปบนโลกแล้ว มันก็ยังนับว่าหรูหราอยู่ดี

หากมองออกไปนอกหน้าต่าง คุณจะเห็นตัวเมืองตั้งตระหง่านอยู่ และเหนือขึ้นไปในท้องฟ้าก็คือดวงดาวพราวพราย   ในหมู่ดาวเหล่านั้นก็คือกลุ่มภพรอบนอก ที่ซึ่งไม่มีเมืองใหญ่ๆ เช่นบนโลก  หากแต่เต็มไปด้วยสวนและสนามหญ้าอันเขียวขจีงดงาม ที่ซึ่งชาวโลกปรารถนาอย่างแรงกล้า ทว่าสิ้นหวังที่จะได้ไปเยือนในสักวันหนึ่ง

นอกเสียจากคนบางคน ซึ่งรู้อะไรบางอย่างดี   อย่างเช่น กุสตาฟ สไตน์    อ่านเพิ่มเติม ปฐมภพ

เพื่อนรัก

Lular City

นายแอนเดอร์สัน เอ่ยขึ้น “ที่รักจ๊ะ  จิมมี่ อยู่ไหน”

“คงออกไปเล่นแถวๆ เครเตอร์ ละมั๊ง” นางแอนเดอร์สันตอบ “ไม่เป็นไรหรอก โรบัทท์ ไปกับเขาด้วย—เจ้านั่น มาถึงแล้วรึ”

“จ๊ะ มาถึงที่สถานีส่งจรวดแล้ว กำลังเข้ารับการทดสอบ อันที่จริงตัวผมเองแทบรอที่จะเจอมันไม่ไหวแล้ว นับตั้งแต่ผมจากโลกมาเมื่อ 15 ปีก่อน ฉันก็ไม่เคยเห็นมัน จริงๆ สักครั้ง ไม่นับในภาพยนตร์นะ

จิมมี่ ก็ไม่เคยเจอแม้แต่ครั้งเดียว” นางแอนเดอร์สัน สนับสนุน

“ก็เพราะเขาเป็นเด็กที่เกิดบนดวงจันทร์ และไม่เคยไปเยี่ยมโลกมาก่อนนะสิ นั่นแหละเป็นเหตุผลที่ผมนำมัน มาที่นี่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นครั้งแรกบนดวงจันทร์”

อ่านเพิ่มเติม เพื่อนรัก

Review: วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ

วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ
วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ by Orson Scott Card
My rating: 5 of 5 stars

เมื่อความผิดของคุณไม่อาจกล่าวออกมาได้ เมื่อบาดแผลในใจของคุณไม่อาจเยียวยาได้ด้วยตัวเอง เมื่อคุณร่ำร้องหาใครสักคนที่จะมาช่วยคุณจากความทุกข์ระทมนี้…

เอนเดอร์ วิกกิน วีรบุรุษจากสงครามในอดีต ออกท่องไปยังดวงดาวต่างๆ ผ่านกาลเวลากว่าสามพันปี ในฐานะวาทกะแด่ผู้ล่วงลับ เพื่อเยียวยาบาดแผลในจิตใจของผู้คน รวมถึงตัวเขาเอง ด้วยบาปที่คร่าชีวินนับล้านไปยังคงฝังลึกอยู่ในใจ

จนเมื่อไปถึงลูซิตาเนีย ดวงดาวที่มนุษย์ได้พบกับพิกกี อารยชนต่างดาว ทว่า…ความแตกต่างระหว่างเผ่าพันธุ์ทั้งสอง กำลังจะทำให้ประวัติศาสตร์วนกลับไปซ้ำรอยเดิม เอนเดอร์จะรักษาแผลร้ายในจิตใจระหว่างมนุษย์และพิกกีได้หรือไม่ หรือว่าการฆ่าล้างพันธุ์เพื่อมนุษยชาติจะต้องเกิดขึ้นอีกครั้ง
—จากปกหลัง

” …ความแตกต่างระหว่างรามานและ วาเรลซี่ ไม่ได้จำเนกจากสิ่งที่ถูกพิเคราะห์ แต่อยู่ที่การพิเคราะห์นั่นต่างหากเล่า เมื่อเราได้จัดลำดับชั้นของพวกต่างด้าวว่าเป็นรามาน มิได้หมายความว่า พวกเขา ได้ผ่านเกณฑ์การลำดับชั้นทางคุณธรรมก็หาไม่ หากแต่หมายความว่า เรา มีสิ่งนั้น”
-เดมอสธีนีส, จดหมายถึงเหล่าเฟรมลิง

ลำดับชั้นของความแปลกแยก
ลำดับชั้นของความแปลกแยก คือแนวคิดที่แยกแยะความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์อื่นๆ เป็นลำดับชั้นโดยจำแนกออกเป็นโครงสร้างแบบห้าชั้น การจำแนกประเภทต่างๆ ในกลุ่มผู้แปลกแยกถูกนำเสนอครั้งแรกใน หนังสือประวัติศาสตร์ของชาววูทานแห่งทรอนด์ไฮม์ โดย วาเลนไทน์ วิกกิน เผยแพร่ภายใต้นามแฝง เดมอสธีนีส ในเรื่องอ้างว่าแต่ละลำดับชั้นนั้นแปลงมาจาก ภาษานอร์เวย์ ของดาวเคราะห์สมมติ ทรอนด์ไฮม์ แต่อันที่จริงแล้วเป็นภาษา สวีดิช

ลำดับชั้น
อัตแลนนิง (แปล: “พวกต่างถิ่น” หรือ “พวกแปลกถิ่น”, utlänning ในภาษาสวีดิช) คือพวกคนแปลกหน้าแต่ร่วมเชื้อชาติหรือสายพันธุ์ ของโลกหนึ่ง (เช่นชุมชนหรือวัฒนธรรม) อัตแลนนิง คือบุคคลซึ่งเป็นผู้ร่วมวัฒนธรรมเดียวกันกับผู้สังเกตการณ์ ตัวอย่างเช่น หากพบคนแปลกหน้าผู้หนึ่งอาศัยอยู่ใน เมืองอื่น, รัฐ หรือ จังหวัดอื่น บุคคลนี้จะได้รับการพิจารณาเป็นจำพวก อัตแลนนิง
เฟรมลิง (แปล: “พวกต่างภพ”, främling ในภาษาสวีดิช) เป็นสมาชิกของ สายพันธุ์ เดียวกันแต่มาจากโลกอื่นหรือวัฒนธรรมอื่น เป็นบุคคลที่เป็นได้ทั้งคล้ายและแตกต่างจากพวกเรา (ผู้สังเกตการณ์) เช่นหากเราพบคนอาศัยอยู่บน ดาวอังคาร บุคคลนี้จะถูกเรียกว่า เฟรมลิง (ตัวอย่างคลาสสิกจากเรื่อง เขามาจากดาวอังคาร ของ Robert A. Heinlein) ในตอนที่เสนอแนวคิดเรื่องลำดับชั้นนี้หมายถึงดาวเคราะห์อื่นๆ ในจักรวาลของเกมพลิกโลก (นอกเหนือจากโลก) ได้ตกเป็นเมืองขึ้นโดยวัฒนธรรมโลกเดียวหรือกลุ่มชน ทำให้มนุษย์จากดาวเคราะห์อื่นๆ คือ พวกเฟรมลิง ในการแปลงจากภาษานอร์ดิกไปเป็นสตาร์ค ได้ละ เครื่องหมาย Umlaut [อุม-เล้า] ออกไปเสีย
รามาน เป็นพวกต่างพันธุ์ร่วมภพ สายพันธุ์ต่างด้าวแปลกหน้า (ตามคำอธิบายที่ขัดแย้งของ การ์ด) ที่สามารถ สื่อสาร และ อยู่ร่วมกันสงบสุข กับ สายพันธุ์มนุษย์ แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าพวกเขาอาจจะแทงข้างหลังเราได้เช่นกัน ขณะที่รามานสามารถแบ่งปันความคิดระหว่างกัน แต่ก็ไม่อาจอยู่ร่วมภพกันได้ อย่างน้อยในช่วงแรก ตัวอย่างของ รามาน ที่อยู่ใน จักรวาลของเกมพลิกโลก ก็คือ พวกพิกกี หรือพวกหมูน้อยแห่ง ลูซิตาเนีย, เจน และ พวกแมง รามาน เป็นคำเฉพาะคำเดียวจากทั้งหมดห้าคำนี้ที่ไม่ได้มาจากภาษาสแกนดิเนเวียน
วาเรลซี (แปล: “พวกต่างดาว”) “พวกต่างภพต่างสายพันธุ์” เป็นคนแปลกหน้าชนิดที่ไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ พวกเขาเป็นพวกต่างดาวอย่างแท้จริง ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมภพกับมนุษย์ได้อย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างเช่นในเรื่อง เดสโคลาดา ไวรัสเสมือนอัจฉริยะ อาจจะหรืออาจไม่ ถูกจัดให้มีอยู่ในประเภทนี้ แต่ เดสโคลาโดเรส ผู้ที่สร้างพวกเขาน่าจะชัดเจนกว่า (เนื่องจากองค์ความรู้ที่ชัดเจนของพวกเขาในด้าน คณิตศาสตร์, พันธุศาสตร์ และ แม่เหล็กไฟฟ้า ) แต่ นวนิยายชุดจตุรภาคของเอนเดอร์ สิ้นสุดลงก่อนที่จะสามารถสื่อสารอย่างมีความหมายกับพวกเขาได้ ตัวละครหนึ่งในเรื่องยังได้อธิบายเพิ่มว่า “สัตว์ ทั้งหมดล้วนเป็นวาเรลซี เนื่องจากพวกมัน “สนทนาไม่ได้” พวกมันมีภาษาสื่อสารของตนเอง แต่เราไม่สามารถคาดเดาจุดประสงค์อะไรหรือสาเหตุที่ทำให้พวกมันกระทำการใดๆ พวกมันอาจจะฉลาด พวกมันอาจจะทราบถึงความหมายในสิ่งต่างๆ ที่แสดงออกมา แต่เราไม่สามารถรับรู้ได้” แปลจากภาษาสวีดิช วาเรลซี หมายถึงสัตว์
ดเจอร์ (แปลเป็น: slavering สัตว์ร้าย) เป็นอสุรกาย “พวกสัตว์ร้ายที่มาเยือนยามวิกาลพร้อมกับเขี้ยวเล็บอันแหลมคม” ในภาษาสวีดิช djur หมายถึง “สัตว์”

ความสำคัญ
เหตุผลที่ลำดับชั้นนี้ระบุให้สายพันธุ์ ใด เป็น รามาน จำแนกด้วยการสื่อสารและการประนีประนอมในทางเลือกปฏิบัติที่จะก่อสงคราม ในขณะที่หากเป็นสายพันธ์ชนิดที่ถูกระบุว่าเป็นวาเรลซี แล้วเรามีสิทธิที่จะเปิดศึกกับสายพันธ์ดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง แต่คำจำกัดความนี้ก็ยังจำเป็นต้องมีการตีความ เมื่อพิจารณาในบางช่วงของเรื่อง พวกเพคิวนิโน และ พวกฟอร์มิคส์ (“พวกแมง”) ก็ถูกระบุให้เป็น รามาน และบางช่วงอื่นก็ถูกระบุว่าเป็นวาเรลซี และการเปลี่ยนแปลงลำดับชั้นไม่ได้มาจากการเปลี่ยนคำอธิบายของแต่ละสายพันธุ์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงใน ‘ความเข้าใจ ของคนที่มีต่อพวกเขา’ ควารา หนึ่งในตัวละครในนวนิยายชุดนี้ ยังเน้นเจาะจงไปมากกว่านั้นว่า “เท่าที่ฉันสามารถบอกได้ สิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาก็คือปัญญา วาเรลซี่ ของวาเลนไทน์เป็นเพียงคำอุปโลกน์ให้หมายถึง ปัญญา-ที่-เรา-ได้ตัดสินใจไปแล้ว-ว่าฆ่าได้ และ รามาน หมายถึง ปัญญา-ที่-เรา-ยัง-ไม่ได้ตัดสินใจ-จะฆ่า” จากคำพูดประโยคนี้ต้องบอกว่า การ์ด ทราบดีว่าลักษณะของลำดับชั้นนี้มีความท้าทายอย่างมาก ด้วยระบุไว้ในจดหมายเปิดผนึกในบทแรกแรกของ วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ (และที่ระบุไว้ข้างต้น) ก่อนลำดับชั้นนี้จะถูกนำเสนอขึ้นมาให้เป็นที่รับรู้
View all my reviews