คลังเก็บป้ายกำกับ: Clarke

ไม่ได้ด้วยเล่ห์…

จาก LOOPHOLE  โดย Arthur C. Clarke
แปลโดย ประการ จารุวัฒน์

1946_april_ASF_cover
ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1940 นิยายวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้เป็นที่นิยมในอังกฤษ และจิตวิญญาณของมันยังคงอยู่ที่สหรัฐอเมริกา  อาเธอร์ ซี คล้าก ได้ขายเรื่องสั้นแรกๆ ให้กับ จอห์น ดับบลิว แคมแปลล์ แห่งนิตยสารแอสเตาดิ้ง ((ต่อมาก็คือ นิตยสารอนาล็อก) ในช่วงเดือนแห่งสงครามที่กำลังสิ้นสุดขณะที่คล้ากยังคงรับราชการทหารในแอร์ฟอร์ซ   เรื่องแรกที่เขาซื้อไปก็คือ ‘Rescue Party’ กระนั้น ‘Loophole’ ก็ได้ขายไปในเวลาหลังจากนั้นไม่นานนัก แต่ได้รับการตีพิมพ์ก่อน   ในช่วงที่ขายไปนั้น (ปีค.ศ. 1945) คล้ากยังประจำการอยู่ข้างนอก สแตรทฟอร์ด-ออน-เอวอน และยังคงจำถึงปรากฏการในวาระนั้นได้ดี

Loophole’ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารแอสเตาดิ้ง ซายน์-ฟิคชั่น ฉบับเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1946 (พ.ศ.2489 ) ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย ประการ จารุวัฒน์ ในชื่อเรื่อง “ไม่ได้ด้วยเล่ห์…”  ตีพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้น “ออบิท 4 ซากสงคราม” ของกลุ่มออบิท ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2522  และอีกหนึ่งสำนวนในชื่อ “ช่องโหว่” โดยนพดล เวชสวัสดิ์ ตีพิมพ์ในนิตยสารชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ฉบับที่ 208 เดือนตุลาคม พ.ศ.2530  และตีพิมพ์ซ้ำหนังสือชุด 100 เรื่องสั้นนิยายวิทยาศาสตร์ “รัตติกาล” โดยบริษัทเซ็นเตอร์ ดิสคัฟเวอรี ในปี พ.ศ. 2542


อ่านเพิ่มเติม ไม่ได้ด้วยเล่ห์…

100 ปี อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

Clarke

เซอร์ อาร์เธอร์ ชาลส์ คลาร์ก (อังกฤษ: Sir Arthur Charles Clarke; 16 ธันวาคม ค.ศ. 1917 – 19 มีนาคม ค.ศ. 2008[1]) เป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ซึ่งผลงานของเขาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ได้แก่นิยายชุด จอมจักรวาล (Space Odyssey) และชุด ดุจดั่งอวตาร (Rendezvous with Rama)

ผลงานเขียนนวนิยายของคลาร์ก มีความริเริ่มสร้างสรรค์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ และมีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบัน สิ่งประดิษฐ์จำนวนมากได้แรงบันดาลใจจากนิยายของคลาร์ก เช่น ดาวเทียม การสำรวจอวกาศ ลิฟต์อวกาศ

คลาร์ก อาศัยอยู่ที่กรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา เขาเดินทางเข้ามาอยู่ประเทศนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2499 และพักอาศัยอยู่อย่างถาวรจนได้รับสัญชาติศรีลังกา ชาวศรีลังกาถือว่าเขาเป็น “ความภูมิใจของลังกา” มอบรางวัล The Lankabhimanaya award (Pride of Lanka) ให้เป็นเกียรติเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548

ช่วงบั้นปลายชีวิต คลาร์กป่วยด้วยโรคโปลิโอต้องนั่งบนรถเข็นตลอดเวลา เขาเสียชีวิตเมื่อเช้ามืดของวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 ด้วยวัย 90 ปี ศพของเขาทำพิธีฝังอย่างเรียบง่าย ไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาใดๆ ในวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2551 ที่เมืองโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา
อ่านเพิ่มเติม 100 ปี อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก

มนุษย์ดาวอังคารสำรวจโลก

51qWeAkIEqL._SX309_BO1,204,203,200_

เรื่องราวต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลการสํารวจโลกของมนุษย์ดาวอังคาร  ซึ่งส่วนหนึ่งของรายงานชิ้นนี้เพิ่งจะถูกนำมาถอดรหัสเพื่อให้คณะกรรมการโบราณคดีระหว่างดาวเคราะห์ได้นำไปศึกษาจากเรื่องราวของรายงานส่วนนี้มันทําให้เราต้องเกิดความทึ่งในสิ่งซึ่งไม่มีผู้ใดเคยคาดคิดมาก่อนว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นบนดาวอังคารเพราะมันให้ความกระจ่างแก่เราว่าครั้งหนึ่งบนดาวอังคารเคยมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์พอๆ กับโลกในปัจจุบัน   แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ดาวอังคารนั้นต้องจบสิ้นในตอนปลายของยุคยูเรเนียม (Late Uranium Age) ของความเจริญบนดาวอังคารซึ่งเป็นเวลาประมาณกว่าพันปีก่อนที่พระเยซูจะประสูติ

เป็นที่เชื่อกันว่าการถอดรหัสส่วนหนึ่งของรายงานนี้มีความแน่นอนและมีเหตุผลมากแม้จะมีบางส่วนที่ต้องเดาหรือคาดคะเนเอาเองบ้างก็ตามเพื่อความสะดวกที่จะให้เราเข้าใจเรื่องราวของรายงานนี้ได้ง่ายขึ้นผู้แปลจึงเปลี่ยนศัพท์เฉพาะที่ใช้บนดาวอังคารทั้งหมดเป็นศัพท์ที่เราใช้บนโลกของเราแหละต่อไปนี้ก็เป็นรายงานส่วนนั้น…

อ่านเพิ่มเติม มนุษย์ดาวอังคารสำรวจโลก

ไฟประลัยกัลป์

Screenshot-Opening-TheStar-TwilightZone-episode

อีกสามพันปีแสงก็จะไปถึงวาติกัน ครั้งหนึ่งผมเคยเชื่อว่าอวกาศไม่มีพลังอำนาจเหนือศาสนาอย่างที่เคยเชื่อว่าสวรรค์คืองานสร้างสรรค์ของพระเจ้า   ตอนนี้ผมได้เห็นงานสร้างสรรค์ของพระองค์แล้ว และความเชื่อถือของผมก็กำลังถึงจุดเสื่อมถอย ผมจ้องมองไม้กางเขนที่แขวนอยู่บนผนังห้องพักเหนือเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นมาร์คVI   เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่รู้สึกว่าไม้กางเขนไม่มีความหมายแต่อย่างใด

ผมยังไม่ได้บอกใคร   แต่ความจริงต้องถูกเปิดเผยในไม่ช้า ความจริงทั้งหมดอยู่ที่นั่นเพื่อให้ทุกคนได้อ่าน มันถูกบันทึกไว้ในแถบแม่เหล็กพร้อมรูปภาพอีกหลายพันรูปที่เรานำกลับไปยังโลก บรรดานักวิทยาศาสตร์คงแปลความหมายมันได้โดยง่ายอย่างที่ผมทำได้ และผมไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้กับการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความจริงที่มักจะทำให้ชื่อเสียงของผมพังทลายเช่นในวันก่อนๆ

พวกลูกยานต่างรู้สึกเศร้าซืม ผมยังสงสัยว่าพวกเขาทนต่อเรื่องนี้ได้อย่างไร   ในพวกเขาสองสามคนมีความเชื่อในศาสนา แต่ไม่มีใครสักคนอยากที่จะใช้อาวุธชิ้นสุดท้ายต่อต้านผมโดยการก่อสงครามส่วนตัวตามความรู้สึกที่ดีแต่ค่อนข้างเคร่งเครียดซึ่งคงดำเนินไปตลอดเส้นทางจากโลก   มันทำให้พวกเขาขบขันที่มีเยซูอิต[1]เป็นหัวหน้านักดาราศาสตร์ ดังเช่นด๊อกเตอร์แซนด์เลอร์เป็นตัวอย่าง เขาไม่เคยลืมเรื่องนี้ (ทำไมพวกหมอถึงมักไม่เชื่อถือในพระเจ้าอย่างนี้) บางครั้งเขาจะมาพบผมที่ห้องสังเกตการณ์จุดที่มีแสงไฟมัวซัวเพื่อปล่อยให้ดวงดาวส่องประกายระยับ   เขาจะเดินมาหาผมด้วยท่าทางซึมเซาแล้วยืนจ้องออกไปนอกแท่นรูปไข่ขนาดใหญ่ระหว่างที่สวรรค์ค่อยๆ คืบคลานรอบเราอย่างเชื่องช้าขณะยานหมุนไปรอบๆ แกนเอียงของโลกที่มนุษย์ไม่เคยคิดใส่ใจแก้ไข

อ่านเพิ่มเติม ไฟประลัยกัลป์