แฟนใหม่

วัดดี ซิด:

โทษทีที่กันไม่ได้เขียนมาหาเป็นเวลานาน  แต่ช่วงนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างมากมายเกิดขึ้นกับชีวิตกัน   อย่างหนึ่งก็คือ ตอนนี้กันเปลี่ยนงานมาได้สักช่วงหนึ่งแล้ว (อันที่จริง ควรบอกว่ากันถูกขอให้เปลี่ยนงานซะมากกว่า  ก็อดีตเจ้านายกันนั่นแหละ  กล่าวหาว่ากันดูเหมือนง่วงเหงาหาวนอนทั้งวัน  นั่นเป็นสิ่งที่กันไม่เคยทำเลย เอ็งก็รู้ดี   กันจะบอกให้นะไอ้เกลอ วัยกลางคนนี่มันช่างซวยซะจริง)

ก็ดังที่เอ็งเห็นในที่อยู่หลังซองนะแหละ กันย้ายที่อยู่ใหม่แล้ว ไม่มีทั้งสระว่ายน้ำ ไม่มีห้องออกกำลังกายด้วย  แต่เดี๋ยวนี้กันก็ไม่ค่อยอยากจะว่ายน้ำ หรือยกน้ำหนักสักเท่าไรหรอก   ที่สำคัญค่าเช่ามันถูกกว่าที่เก่าตั้งครึ่ง   และที่เหลือเชื่อก็คือน้ำหนักกันลดไปกว่า 30 ปอนด์ทั้งๆ ที่เอาแต่นั่งๆ นอนๆ   ตอนนี้เอ็งคงจำกันไม่ได้เป็นแน่

แน่ล่ะ, มันก็ไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายไปซะทั้งหมดหรอกนะ   กันมีหญิงใหม่ว่ะ ผู้หญิง แบบไหนนะเหรอ ไม่เอาน่าอย่าเล่นมุขนี้เลย   กันเผอิญพบทุกสิ่งทุกอย่างที่กันปรารถนาในมื้อค่ำอันสุดวิเศษแบบฝรั่งเศส (หรือบางทีหล่อนอาจจะเป็นชาวเบลเยี่ยม หรือเชค หรืออาจจะเป็นรัสเซีย ใครสนล่ะ?   สำเนียงแบบฝรั่งเศสของหล่อนที่ฟังดูเซ็กซี่เอามากๆ ต่างหากล่ะที่น่าสน  เอ็งคงรู้ว่ากันหมายความถึงอะไร)

ให้กันเล่าถึงหล่อนให้เอ็งฟังซะหน่อยก็แล้วกัน ด้วยเหตุที่หล่อนเป็นผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งหมดของกัน   ชื่อของหล่อนคือมิเชล ผิวของหล่อนช่างขาวและนุ่มกว่าใครๆ ที่เอ็งเคยเห็น   มิเชล กับกันมักจะไปร่วมงานสังสรรค์กันบ่อยๆ   หล่อนเหมือนจะมีชีวิตชีวามากในยามค่ำคืน และพอทุกเช้าตรู่สักตีห้าหรือหกโมงเช้า หล่อนก็หายไป

(ยังจำแจนนี่, สาวคนล่าสุดที่กันเขียนไปเล่าให้เอ็งฟังได้มั๊ย   กันคิดว่าเราน่าจะไปด้วยกันได้ แต่มันกลับเป็นว่าหล่อนเป็น เออ… มนุษย์กลางวัน นั่นอาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงเข้ากันไม่ได้)

แม้ว่าหล่อนจะชอบใช้ชีวิตกลางคืน แต่หล่อนก็มีรสนิยมที่แปลกๆ   เมื่อตอนที่กันพาหล่อนไปทานดินเนอร์ครั้งแรก กันรู้สึกดีเมื่อตอนที่กันพยายามสร้างความประทับใจให้กับหล่อนด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับไวน์ในรายการเครื่องดื่ม แต่พอกันกำลังตัดสินใจจะเลือกระหว่าง กาแบร์เนต์[1] หรือว่า ชาดองเนย์[2] ดี หล่อนกลับบอกว่าหล่อนไม่ดื่ม…ไวน์ (ชาวยุโรปแบบไหนกันที่ไม่ดื่มไวน์ เอ็งเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มั๊ย)

กันเสนอวิสกี้, สก็อต หรือกระทั่งเบียร์ ให้กับหล่อน แต่ปรากฏว่าหล่อนไม่ต้องการจะดื่ม อะไรเลย    กันไม่อยากจะเชื่อเช่นนั่น   กันก็เลยไล่เรียงเสนอตามเมนูจนกระทั่งถึง บลัดดี้แมรี่ ตาของหล่อนเป็นประกายแวบวับและขอลองสักแก้วหนึ่ง—แต่พอบริกรนำมาให้ หล่อนก็เพียงแค่มอง แล้วก็พึมพำๆ ถึงอะไรสักอย่างเกี่ยวกับน้ำมะเขือเทศ และดุนออกไว้ข้างๆ อย่างไม่ไยดี (ก็ยังดี อย่างน้อยก็ไม่เลวร้ายแบบ จูดี้   ยังจำจูดี้ได้มั๊ย ก็คนที่อ๊วกใส่เบาะหลังของรถลินคอห์นของเอ็งไง แต่ถึงยังไงกันก็ได้ส่งเช็คค่าทำความสะอาดให้เอ็งแล้วนี่)

อย่างไรก็ตาม  มิเชล ก็ไม่ได้มีอะไรที่น่าขันหรือว่าต้องการแอลกอฮอล์เพื่อละลายความยับยั้งชั่งใจหรอกนะ   ในความเป็นจริงแล้วกันไม่คิดว่าหล่อนจะมีหรอก  กันหมายถึงความยับยั้งชั่งใจนะ   ก็หลังของกันเต็มไปด้วยรอยข่วนนะสิ   ในห้วงเวลาสุดแสนโรแมนติคของเราที่กันไม่เคยจำได้สักที—กันดื่มว่ะ, แต่หล่อนเปล่า—ให้ตายเหอะเกลอเอ๋ย ผู้หญิงคนนี้ร้อนแรงยังกะไดนาไมต์เชียว    นี่กันต้องซื้อหาผ้าพันคอมาปิดเอาไว้ กันขี้เกียจตอบปัญหาน่ารำคาญในที่ทำงาน

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เวลาหล่อนต้องการขึ้นมา หล่อนก็จะเข้ามาหาด้วยท่าทางที่มีกิริยามารยาทตามแบบฉบับชาวยุโรปเสมอ   กันพาหล่อนไปเยือนบ้านของดิ๊ก เมื่อคืนวันอังคาร  ไปเยือนแพทและโรเจอร์มาเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน  หล่อนปฏิเสธที่จะเข้าบ้านก่อนที่พวกมันจะเชิญ ว่ะ กันรู้สึกปลื้มมาก  คนอื่นอาจจะเข้าใจว่าหล่อนเขิน แต่กันคิดว่าหล่อนพยายามจะทำให้ผู้คนรอบๆ ตัวหล่อนมีกิริยางามดังที่หล่อนเป็น—ก็คงเหมือนกับที่นักกีฬาเก่งๆ ช่วยให้เพื่อนร่วมทีมของเขาเก่งขึ้นนะแหละ

อ้อแล้วนี่กันได้เล่ารึยังว่าหล่อนไม่ยึดติดกับความหรูหราสวยงามเลย  เอ็งลองนึกดูสิ พวกผู้หญิงสาวที่สวยแม้แค่สักครึ่งหนึ่งของมิเชล ต่างก็พกกระจกติดตัวกันทั้งนั้น  กันหมายความว่า หากกันดูเนี๊ยบแบบ เมล กิ๊บสัน หรือโรเบิร์ต เรดฟอร์ด ก็ว่าไปอย่าง เอ็งก็รู้ดีว่ากันเทียบไม่ติดอยู่แล้ว   แต่ไม่มีใครว่าได้ว่ามิเชลของกันเป็นพวกแม่สาวไร้สาระพวกนั้น   ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หล่อนไม่มีกระจกซักกะบานเดียวในบ้าน ไม่มีแม้กระทั่งในห้องน้ำ   รึว่าอาจเป็นเพราะหล่อนมีรสนิยมสมถะก็เป็นได้

แน่นอนล่ะ ไม่มีใครหรอกที่จู่ๆ ก็ดูดีได้  ที่หล่อนระวังอย่างจริงจังก็คงเป็นเรื่องน้ำหนักตัว—และเมื่อเราอยู่ด้วยกัน กันก็ต้องดูของกันด้วย   เรื่องเดียวที่กันเสียดายก็คือ อดทานอาหารอิตาเลี่ยนนี่แหละ   ทุกคราที่กันพยายามชวนหล่อนไปทานพิซซ่าหรือสตูว์เนื้อที่ร้านโทนี่ละก็ หล่อนก็จะตีหน้าเบ้ใส่และบอกกันว่ากลิ่นกระเทียมทำให้หล่อนรู้สึกวิงเวียน

ถึงกระนั้น นั่นก็ยังไม่ใช่ทุกสิ่งที่กันสูญเสียไป   ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ โลกของกันถูกเปิดให้กว้างขึ้นมากทีเดียว ไม่ผิดหรอก กันที่เป็นคนหัวโบราณนี่แหละ  มิเชลให้กันลิ้มลองอาหารจานพิเศษแบบยุโรป: มดชุบช็อกโกเลต กับตั๊กแตนทอด (มีอยู่คืนหนึ่งข้าบอกหล่อนว่าที่หล่อนทานนั่นเป็นแมลงทั้งนั้น เอ็งรู้มั๊ยว่าหล่อนตอบว่ายังไง “หนอนก็อร่อยนะ” ตอบอย่างหน้าตาเฉยเลย จะมีผู้หญิงสักกี่คนกันที่มีอารมณ์ขันแบบนี้)

เรื่องสุดท้าย หล่อนดูจะลึกลับอยู่บ้าง ยังกับนางเอกหนังเกรดบีในยุค 40’s   กันเองก็ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นอะไร แต่กันรู้สึกว่าในอดีตของหล่อนน่าจะมีเรื่องเศร้าๆ ใครบางคนที่หล่อนรักอาจจะจมน้ำตายไป   เพราะยามที่หล่อนกับกันพบหรือผ่านย่านที่ไม่ค่อยเจริญนัก หล่อนจะไม่ยอมเดินข้ามสะพานเอาซะเลย ราวกับว่าหล่อนกลัวว่าจะตกลงไปทันทีที่ก้าวผ่านอย่างนั้นแหละ   และตอนนี้จิตสำนึกหล่อนหวาดกลัวกับการอยู่เหนือผิวน้ำ

กันคิดว่าหากเราสูญเสียคนที่เรารักไป มันจะทำให้เราหันไปทุ่มเทความสงสารไปให้กับสิ่งอื่นๆ ในโลกแทน   ตัวอย่างนะเหรอ คืนหนึ่งกันได้ยินเสียงค้างคาวกระพือปีกอยู่บนชายคาบ้านของหล่อน  กันก็เลยอาสาว่าจะเรียก โจอี้ โกลเบิร์ก ให้ (เอ็งคงยังจำได้ โจอี้น้อย คนที่เป็นเด็กบริการน้ำในทีมฟุตบอลสมัยไฮสคูลไง เดี๋ยวนี้ มันมีบริษัทของตัวเองแล้ว เป็นบริษัทรับกำจัดสัตว์หรือสิ่งรบกวนทุกชนิด)   แต่หล่อนกับบอกกันว่าค้างคาวก็มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่เหมือนกัน และถ้าหากว่ากันเสนอแนะที่จะทำลายชีวิตอะไรอีก  เราคงต้องเลิกกัน   นี่มันเป็นความสงสารแบบไหนกัน นี่เหรอผู้หญิงยุค 90’s   ให้ตายเหอะ กันว่าหล่อนมีความรู้สึกที่อ่อนไหวมากทีเดียว คราวที่เรากำลังจะเดินผ่านสุสานคาโธลิกในย่านถนนไอม์สตรีท หล่อนก็พาเราเดินเลี่ยงไปอีกทางทันที กันคิดว่าการได้เห็นกางเขนเหนือหลุมศพคงทำให้หล่อนเศร้าใจ

เอาล่ะ กันคงต้องจบแต่เพียงเท่านี้แล้ว ต้องนอนสักครู่  กันรู้สึกซูบซีดนิดหน่อย—กันคิดว่า ก้นคงทำงานมากเกินไป—กันก็เลยไปใช้บริการของร้านสปาทุกเช้าก่อนไปทำงาน แต่มันยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่    มันคงต้องใช้เวลาสักหน่อย

จากเพื่อนที่รักยิ่ง,

ฮาร์วี่

ปล. ก็แค่สงสัยอ่ะนะ ว่า FDA[3] หรือใครๆ เคยใส่ใจกับพวกที่ทำธุรกิจสปาบ้างรึเปล่า กันคิดว่าไม่น่าจะมีนะ ตั้งแต่ที่กันเริ่มไปใช้บริการมา กันดูจะเหนื่อยแทบจะหมดเรี่ยวหมดแรงเลยทีเดียว

ปปล. มิเชลเรียกหาตั้งแต่กันเขียนประโยคสุดท้ายจบแล้วล่ะ   หล่อนบอกว่าหล่อนกระหายเอามากๆ เลย ให้ไปหาเร็วๆ   เอ็งเชื่อมั๊ย  หล่อนเพิ่งมาหากันที่อพาร์ตเมนท์ตอนเก้าโมงเช้าเพื่อที่จะดื่ม  หล่อนเป็นผู้หญิงแบบไหนกันเนี่ย●

[1] Cabernet : ไวน์แดงกาแบร์เนต์
[2] Chardonnay: ไวน์ขาวชาดองเนย์
[3] FDA: องค์กรอาหารและยา

Advertisement

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s